หลังจากที่ทาง เกีย ประเทศไทย ได้เปิดตัว Kia PV5 รถตู้ไฟฟ้าที่มาในรูปแบบ Cargo ที่ใช้สำหรับขนส่งเชิงพาณิชย์ ที่มากับค่าตัว 1,199,000 บาท เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ล่าสุดทาง Kia บริษัทแม่ที่เกาหลีใต้ ได้เปิดตัว Kia PV7 รถตู้ไฟฟ้ารุ่นใหญ่ตามออกมาติด ๆ โดยวางตำแหน่งเป็นรุ่นพี่ของ PV5 มุ่งตอบโจทย์ทั้งงานขนส่งสินค้า การใช้งานเชิงพาณิชย์ และบริการรับส่งผู้โดยสาร ชูจุดเด่นที่มากับแพลตฟอร์ม E-GMP.S พร้อมระบบไฟ 800 โวลต์ ขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าที่พละกำลัง 268 แรงม้า แบตเตอรี่ชาร์จไฟวิ่งไกลกว่า 460 กม. และรองรับชาร์จเร็ว DC 350 kW สามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 10-80% ได้ประมาณ 25 นาที รองรับระบบจ่ายไฟ V2L โดยเตรียมเปิดขายในเกาหลี และยุโรป ในช่วงครึ่งหลังปี 2027
Kia PV7 ยาว 5.35 เมตร เน้นพื้นที่บรรทุก
Kia PV7 รุ่นมาตรฐานมีความยาวตัวถัง 5,350 มม. และระยะฐานล้อ 3,500 มม. ยาวกว่า PV5 ถึง 655 มม. พร้อมการออกแบบที่เน้นประโยชน์ใช้สอย โดยตัวถังได้รับการติดตั้งชิ้นส่วนป้องกันบริเวณที่มีโอกาสเกิดความเสียหาย และชิ้นส่วนพลาสติกบางรายการสามารถถอดเปลี่ยนได้ ช่วยลดเวลาในการซ่อมและลดระยะเวลาที่รถต้องหยุดใช้งาน ในอนาคต Kia จะเพิ่มรุ่นหลังคายาว และหลังคาสูง เพื่อเพิ่มพื้นที่บรรทุก โดยมีแผนพัฒนา PV7 รวมมากถึง 23 รุ่นย่อยสำหรับรุ่น Cargo Long มีพื้นที่บรรทุกสูงสุด 6.1 ลูกบาศก์เมตร หรือประมาณ 6,100 ลิตร ขณะที่รุ่น Cargo High Roof เพิ่มเป็น 8 ลูกบาศก์เมตร หรือราว ๆ 8,000 ลิตร และรองรับน้ำหนักบรรทุกสูงสุด 1,200 กิโลกรัม ในรุ่น PV7 Compact นอกจากนี้ยังสามารถรองรับสัมภาระที่มีความยาวด้วยช่องทะลุใต้เบาะผู้โดยสาร
มีทั้งรุ่น Cargo และ Passenger สูงสุด 11 ที่นั่ง
Kia PV7 จะมีทั้งรุ่นสำหรับขนส่งสินค้าแบบ 3 ที่นั่ง และรุ่น Passenger สำหรับรับส่งผู้โดยสาร โดยสามารถเลือกการจัดวางเบาะได้ทั้ง 7, 9 และ 11 ที่นั่ง รวมถึงรูปแบบ 3 หรือ 4 แถวรุ่น 7 ที่นั่งมาพร้อมระบบเบาะ Long-rail Easy Remove ที่สามารถเลื่อนหรือถอดเบาะออกได้ เพิ่มความยืดหยุ่นในการปรับพื้นที่ภายในห้องโดยสาร ขณะที่รุ่น Passenger ยังติดตั้งระบบควบคุมอุณหภูมิด้านหลัง ช่องชาร์จ USB-C และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสำหรับผู้โดยสาร ขณะที่ด้านความปลอดภัย PV7 ติดตั้งถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง พร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง หรือ ADAS
ห้องโดยสารดิจิทัล จอ 14.6 นิ้ว พร้อม AI
ภายในห้องโดยสาร Kia PV7 ได้รับการออกแบบให้แตกต่างจากรถตู้เชิงพาณิชย์ทั่วไป โดยติดตั้งชุดมาตรวัดดิจิทัลขนาด 9.9 นิ้ว ทำงานร่วมกับหน้าจอสัมผัสส่วนกลางขนาด 14.6 นิ้วระบบอินโฟเทนเมนต์ใช้ Pleos Connect บนระบบปฏิบัติการ Android พร้อมผู้ช่วยเสียง AI Gleo ขณะที่การออกแบบห้องโดยสารเน้นพื้นที่เก็บของและความสะดวกในการใช้งาน รวมถึงปุ่มควบคุมต่าง ๆ บนพวงมาลัยและบริเวณใต้หน้าจอกลาง
800V กำลัง 268 แรงม้า วิ่งไกลกว่า 460 กม.
Kia PV7 ใช้แพลตฟอร์ม E-GMP.S สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวติดตั้งด้านหน้า ให้กำลังสูงสุด 268 แรงม้า หรือ 200 kW แรงบิดสูงสุด 420 นิวตัน-เมตร มีแบตเตอรี่ให้เลือก 2 ขนาด ได้แก่ 71.5 kWh และ 96.2 kWh รุ่นที่ติดตั้งแบตเตอรี่ 96.2 kWh สามารถทำระยะทางได้มากกว่า 460 กม. ตามมาตรฐาน WLTPไฮไลต์สำคัญคือระบบไฟฟ้า 800V รองรับการชาร์จ DC สูงสุด 350 kW โดยสามารถเพิ่มระดับแบตเตอรี่จาก 10-80% ได้ในเวลาประมาณ 25 นาที นอกจากนี้ยังรองรับระบบ V2L สำหรับจ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอก
PV7 ยังเป็นรถจากแบรนด์ Kia รุ่นแรกที่รองรับพอร์ตชาร์จ 2 จุด โดยมีพอร์ต AC/DC ด้านหน้า และพอร์ต AC ที่ด้านหลังเป็นอุปกรณ์เสริม เพิ่มความยืดหยุ่นสำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์
Kia PV7 เตรียมขายปี 2027
Kia เตรียมเริ่มวางเปิดจำหน่าย PV7 ในเกาหลีใต้ และยุโรปช่วงครึ่งหลังปี 2027 ก่อนขยายไปยังตลาดอื่นทั่วโลก นอกจากนั้น Kia ยังมีแผนเปิดตัว PV9 รถตู้ไฟฟ้ารุ่นใหญ่กว่าในปี 2029 เพื่อขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็ก หรือ LCV ให้ครอบคลุมมากขึ้นKia PV7 ใหญ่กว่า PV5 รองรับงานมากขึ้น
การเปิดตัว Kia PV7 ถือเป็นการขยายไลน์อัปรถตู้ไฟฟ้าต่อจาก Kia PV5 ที่เปิดขายในประเทศไทยแล้ว โดย PV7 ถูกวางตำแหน่งให้มีขนาดใหญ่ขึ้น รองรับทั้งงานขนส่งสินค้าและรับส่งผู้โดยสารPV7 มีความยาวตัวถัง 5,350 มม. และฐานล้อ 3,500 มม. พร้อมพื้นที่บรรทุกสูงสุด 8 ลูกบาศก์เมตร หรือ 8,000 ลิตร พร้อมรองรับน้ำหนักบรรทุกสูงสุด 1,200 กก. และมีรุ่น Passenger 11 ที่นั่ง เป็นอีก 1 ทางเลือก ขณะที่ PV5 จะเน้นขนาดตัวถังที่กะทัดรัดกว่า เหมาะกับการใช้งานในเมือง และธุรกิจฟลีททั่วไป
นอกจากนี้จุดเด่นสำคัญของ PV7 คือระบบไฟฟ้า 800V ซึ่งเหนือกว่า PV5 ที่ใช้ 400V รองรับชาร์จเร็ว DC สูงสุด 350 kW สามารถชาร์จจาก 10-80% ในเวลาประมาณ 25 นาที พร้อมแบตเตอรี่สูงสุด 96.2 kWh และระยะทางมากกว่า 460 กม. ตามมาตรฐาน WLTP
ด้านสมรรถนะ PV7 ให้กำลังสูงสุด 268 แรงม้า แรงบิด 420 นิวตัน-เมตร เหมาะกับการใช้งานที่ต้องบรรทุกหนักและวิ่งระยะทางไกลมากขึ้น ส่วน PV5 สเปกที่วางขายในไทยจะติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าไว้ที่คู่ล้อหน้าให้กำลัง 122 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตัน-เมตร แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน NMC จาก CATL ขนาดความจุ 51.5 kWh ให้ระยะทางวิ่งสูงสุดประมาณ 384 กม. ต่อการชาร์จเต็ม มาตรฐาน NEDC
สำหรับประเทศไทย PV7 ยังไม่มีการประกาศแผนทำตลาดอย่างเป็นทางการ แต่ถ้าหาก Kia Thailand นำเข้ามาจำหน่ายจริงก็จะเป็นการเติมเต็มตลาดรถตู้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ต่อจาก PV5 โดยเฉพาะกลุ่มโลจิสติกส์ รถรับส่ง โรงแรม สนามบิน และรถฟลีท ซึ่งถ้าหาก PV5 คือก้าวแรกของ Kia ในตลาดรถตู้ไฟฟ้าไทย PV7 ก็คือการขยับขึ้นสู่รถตู้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่เน้นทั้งระยะทาง บรรทุก และความเร็วในการชาร์จ
ที่มา : worldwide.kia, carscoops