Search
Close this search box.

Ford เปิดตัว F-150 Raptor R ซุปเปอร์ทรัค ปิคอัพบ้าพลัง 700 แรงม้า เครื่องยนต์ V8 5.2 ลิตร

Ford USA เปิดตัว F-150 Raptor R ตัวจี๊ดสุดในรุ่น ด้วยการพัฒนาต่อยอดจาก F-150 Raptor ทรงพลังด้วยเครื่องยนต์ V8 ความจุ 5.2 ลิตร พ่วงซุปเปอร์ชาร์จ แบบเดียวกับที่ติดตั้งใน Mustang Shelby GT500 แต่ถูกลดกำลังลงเหลือ 700 แรงม้า และแรงบิด 868 นิวตันเมตร

Ford อเมริกาเหนือ เปิดตัว F-150 Raptor R ตัวจี๊ดสุดในรุ่น โดยพัฒนาต่อยอดจาก F-150 Raptor ที่ประสบความสำเร็จในตลาดอเมริกา และวางจำหน่ายมาถึงรุ่นที่ 3 แล้ว สำหรับในประเทศไทยรู้จักชือ Ford Raptor เป็นอย่างดี และพี่ใหญ่ก็ต้องยกให้กับ Ford F-150 Raptor ถือเป็นสุดยอดกระบะบ้าพลัง คันใหญ่เครื่องแรง โดยคู่แข่งในตลาดกระบะ ของอเมริกา ก็ได้เปิดตัว Ram TRX ที่เรียกเสียงฮือฮาได้อย่างมาก ด้วยพละกำลังมหาศาล ทำให้ Ford F-150 Raptor อยู่ไม่ได้
ในที่สุด Ford F-150 Raptor R จึงได้กำเนิดขึ้น ภายใต้ร่างใหญ่ดุดัน มาพร้อมเครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.2 ลิตร ขุมพลังเดียวกับ Mustang Shelby GT 500 มอบกำลังขับสูงสุด 700 แรงม้า และทำแรงบิดสูงสุด 868 นิวตันเมตร เรียกว่า เป็นซุปเปอร์ทรัค ขนาดใหญ่ มีการปรับจูนแรงบิดที่เพิ่มมากขึ้น ติดตั้งระบบ ซุปเปอร์ชาร์จเจอร์รุ่นใหม่ พร้อมปรับชุดเกียร์ Select shift 10 สปีด ให้ตอบสนองไวขึ้น

ไฮไลท์ของ F-150 Raptor R ใหม่ อยู่ที่เครื่องยนต์ V8 ความจุ 5.2 ลิตร พ่วงซุปเปอร์ชาร์จ แบบเดียวกับที่ติดตั้งใน Mustang Shelby GT500 แต่ถูกลดกำลังลงเหลือ 700 แรงม้า และแรงบิด 868 นิวตันเมตร การลดกำลังสูงสุดเป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากซุปเปอร์ชาร์จเจอร์ใหม่ ได้รับการออกแบบมาเพื่อปรับกำลังของเครื่องยนต์ให้เหมาะสมสำหรับการใช้งานแบบออฟโรด เรียกแรงบิดในรอบต่ำและรอบกลาง เพื่อช่วยให้ Raptor R มีสมรรถนะสูงสุดเมื่อผู้ขับขี่ต้องการได้ทุกขณะ
ปรับปรุงระบบไอเสียเป็นแบบสเตนเลสสตีลคุณภาพสูง พร้อมทั้งติดตั้งออยคูลเลอร์และไส้กรองน้ำมันเครื่องแบบพิเศษ รวมไปถึงขยายความลึกของอ่างน้ำมันเครื่อง เพื่อรองรับการลุยแบบผาดโผน โดยที่ไม่ส่งผลกระทบกับการระบายความร้อนของน้ำมันเครื่อง แน่นอนว่าท่อไอดีก็ได้รับการขยายขนาดเพื่อรองรับเครื่องยนต์ V8 ทรงพลังนี้ มีขนาดใหญ่กว่ารุ่นปกติถึง 66% รวมทั้งใช้แผ่นกรองอากาศประสิทธิภาพสูง

Ford Performance ยังได้ปรับปรุงเกียร์อัตโนมัติ รวมทั้งเพลาส่งกำลังให้รองรับกับตัวเลขกำลังระดับนี้ เกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ SelectShift ได้รับการรีโปรแกรมใหม่ ปรับปรุง Torque converter ให้รองรับแรงบิดที่สูงขึ้น ทำให้การส่งผ่านพละกำลัง เป็นไปอย่างเรียบเนียน รวมทั้งใช้เพลาหน้าที่แข็งแกร่งขึ้น พร้อมเส้นผ่านศูนย์กลางขนาดใหญ่ขึ้น
ระบบ Trail Turn Assist ช่วยทำให้การลุยฝ่าอุปสรรคต่างๆ ในเส้นทางออฟโรด เป็นไปด้วยความง่ายดาย เนื่องจากระบบนี้ จะช่วยบังคับตัวรถ ควบคุมคันเร่งและเบรกอย่างเหมาะสม เพื่อให้คนขับพาตัวรถผ่านไปได้ นอกจากนี้ยังมีระบบ Trail 1-Pedal Drive หรือการใช้คันเร่งควบคุม ทั้งการออกตัวและเบรก เพื่อทำให้การปีนป่ายอุปสรรคต่างๆ ง่ายดายยิ่งขึ้น

ช่วงล่างหลัง จัดการปรับเปลี่ยนใหม่เป็นช่วงล่างแบบ Five Link มาพร้อม Trailing Arm ที่มีความยาวเป็นพิเศษ โช๊คอัพ ที่มีช่วงยิดยามถึง 24 นิ้ว มาพร้อมระบบ FOX Live Valve เพื่อให้การตอบสนองที่ดียิ่งขึ้น โช๊คอัพปรับด้วยไฟฟ้า มีเซนเซอร์สามารถปรับระดับความสูงได้ตามต้องการ ด้านหน้าสามารถยืด-ยุบได้ 30 มม. ด้านหลัง ยืดยุบได้มากกว่า ถึง 358 มม.
สปริงด้านหน้าเพิ่มความแข็งขึ้น 5% โดยที่ยังคงไว้ซึ่งความสบายขณะขับขี่ ความสูงของตัวรถเพิ่มขึ้นจากการปรับแต่งช่วงล่าง สูงถึง 333 มม. และการใช้ล้อและยางขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 37 นิ้ว เพื่อเอาชนะอุปสรรคได้อย่างง่ายดาย
ท่อไอเสียคู่ มาพร้อมระบบวาล์วแปรผันที่ปรับเปลี่ยนตามโหมดการทำงาน Normal Sport Quiet และ Baja เพื่อส่งผ่าน กำลังให้เหมาะสม โดยโหมดการขับขี่เหล่านี้จะถูกปรับจากฟังก์ชั่น MyMode ที่ผู้ขับขี่ สามารถปรับแต่ง รูปแบบการขับขี่ รูปแบบของระบบบังคับเลี้ยว และการทำงานของช่วงล่าง ทั้งหมดนี้สามารถบันทึกเป็น Profile ไว้ที่ปุ่ม R บนพวงมาลัยแยกเฉพาะ เพื่อให้ตอบสนองการขับขี่ได้อย่างอิสระ

ภายนอกได้รับการตกแต่งเพิ่มเติม ด้วยการติดตั้งช่องดักลมขนาดใหญ่บนฝากระโปรงหน้าที่มีความสูงมากกว่ารุ่นปกติถึง 1 นิ้ว ช่วยให้การทำงานของซุปเปอร์ชาร์จเจอร์มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น และจัดการอากาศสำหรับท่อไอดีได้อย่างเหมาะสม กระจังหน้ามาพร้อมตัวอักษร F O R D เป็นเอกลักษณ์ กันชนหน้าและซุ้มล้อพ่นสีดำเพิ่มความดุดัน
อีกทั้งยังติดตั้ง สัญลักษณ์ตัว R สีส้ม ที่กระจังหน้า ช่องดักลมบนฝากระโปรง และฝาปิดกระบะท้าย มีการตกแต่งด้วยลายกราฟฟิกที่ซุ้มล้อด้านหลัง “Raptor” เช่นเดียวกับรถตระกูลนี้รุ่นอื่นๆ
เบาะหนังคู่หน้าจาก Recaro ทรงสปอร์ต ที่หุ้มด้วยหนังสีดำและ Alcantara เพิ่มความมั่นใจระหว่างการควบคุมรถท่ามกลางสภาพถนนที่ย่ำแย่ คอนโซลหน้าและแผงประตูตกแต่งด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ มีการปักตัวอักษร RaptoR (ตัว R สีส้ม) ที่เบาะคู่หน้าและท้าวแขนกลาง ระบบจอ Infotainment ขนาด 12 นิ้ว ระบบปฏิบัติการ SYNC 4 พร้อมการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto รวมไปถึงการอัพเดทโปรแกรม แบบ over-the-air ตามสมัยนิยม

F-150 Raptor R 2023 จะเริ่มผลิตในมิชิแกน ในช่วงปลายปี 2022 จากโรงงาน Dearborn ของ Ford โดยการผลิตนี้ มีให้เลือกทั้งหมด 8 สี โดยมีสีแนะนำเป็นสีเทา Azure Gray และสีน้ำเงิน Antimatter Blue เปิดให้ชาวมะกันที่สนใจสั่งจองได้ตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 109,145 เหรียญสหรัฐ หากคิดเป็นเงินบาทไทย น่าจะตกประมาณ ราว 4 ล้านบาทเศษ ที่ยังไม่รวมภาษีนำเข้า ที่สูงมหาศาลสำหรับรถขนาดใหญ่แบบนี้

ถือได้ว่า Ford F-150 Raptor R ตัวใหม่นี้ ออกมาสำหรับเหล่าแฟนพันธุ์แท้ ชาวฟอร์ด คงไม่ผิดแน่นอน เพราะถือว่าเป็นกระบะรุ่นบ้าพลังอันแข็งแกร่งอีกรุ่นหนึ่ง ที่แฟนฟอร์ดคงไม่ยอมพลาดที่จะลองขับรุ่นนี้ สำหรับในเมืองไทย ก็มี Ford Ranger Raptor รุ่นที่บ้าพลังเหมือนกัน คงจะให้อารมณ์ที่ต่างกันไม่มากนัก ใช่มั๊ยครับ ...