DENZA Z9GT รถยนต์ไฟฟ้า 1,156 แรงม้า ชาร์จไฟ 10–97% ใน 9 นาที เปิดตัวในไทย ราคา 2,899,900 บาท 

DENZA Z9GT รถยนต์ไฟฟ้า Luxury GT เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ซึ่งเป็นรถรุ่นที่ 2 ของทางแบรนด์ DENZA ที่ต่อมาจาก DENZA D9 Luxury MPV 7 ที่นั่ง โดย BYD และ RÊVER Automotive ชูจุดเด่นด้านสมรรถนะด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว กำลังสูงสุด 850 kW หรือ 1,156 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 1,210 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ใน 2.7 วินาที พร้อมแบตเตอรี่ BYD 2nd Generation Blade Battery ความจุ 122.5 kWh รองรับระยะทางสูงสุด 701 กม. ตามมาตรฐาน NEDC

ไฮไลต์สำคัญของ DENZA Z9GT คือการนำ BYD FLASH Charging มาใช้งานในประเทศไทยเป็นครั้งแรก โดยบริษัทระบุว่าสามารถชาร์จจาก 10–70% ภายใน 5 นาที และจาก 10–97% ภายใน 9 นาที เมื่อใช้งานร่วมกับสถานีชาร์จ BYD FLASH ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่บีวายดีระบุว่าสามารถรองรับกำลังชาร์จได้สูงสุดถึง 1,500 kW ในบางตลาด

DENZA Z9GT ราคาอย่างเป็นทางการ รถไฟฟ้า100% (นำเข้า CBU จีน)
  • Z9GT Performance AWD 2,899,900 บาท

มาพร้อมการรับประกันคุณภาพตัวรถ Warranty โดย Rever Automotive ดังนี้
  • รับประกันคุณภาพตัวรถ นาน 8 ปี หรือ 160,000 กม.
  • รับประกันแบตเตอรี่ ตลอดอายุการใช้งาน Lifetime Warranty
  • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ตลอด 24 ชั่วโมง นาน 8 ปี
  • ฟรี ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 พร้อม พรบ. นาน 1 ปี
  • ฟรี Home Charger พร้อมค่าติดตั้ง
  • ฟรี สายต่อพ่วงอุปกรณ์ไฟฟ้า VTOL
  • ฟรี สายชาร์จ AC Portable Charger
  • ฟรี พรมเข้ารูป กรอบป้าย ฟิล์มหน้าจอ
  • ฟรี ฟิล์มเซรามิคพรีเมียม

DENZA Z9GT ราคา 2.899 ล้านบาท ช่วงเปิดตัว

DENZA Z9GT Performance AWD เปิดราคาพิเศษช่วงเปิดตัวที่ 2,899,900 บาท ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 กันยายน 2569 โดยเป็นรถยนต์ไฟฟ้าในตัวถัง Gran Turismo หรือ GT ที่เน้นการผสมผสานระหว่างสมรรถนะสูง ความหรูหรา และพื้นที่ใช้สอยในรูปแบบ Shooting Brake

ดีไซน์ภายนอกมีให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีเขียว Force Green, สีทอง Champagne Gold, สีขาว Horizon White, สีดำ Quantum Black และสีน้ำเงิน Zenith Blue ซึ่งเป็นสีพิเศษ พร้อมล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ประตูแบบ Frameless และสปอยเลอร์หลังไฟฟ้า

1,156 แรงม้า มอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว

ด้านสมรรถนะ DENZA Z9GT ใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อจากมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ประกอบด้วยมอเตอร์ด้านหน้า 1 ตัว และมอเตอร์ด้านหลังแยกซ้าย-ขวาอีก 2 ตัว ให้กำลังรวมสูงสุด 850 kW หรือ 1,156 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 1,210 นิวตัน-เมตร

สามารถเร่งจาก 0–100 กม./ชม. ภายใน 2.7 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 240 กม./ชม. ขณะที่เทคโนโลยีแพลตฟอร์ม e³ ทำงานร่วมกับระบบเลี้ยวล้อหลัง ระบบควบคุมการเคลื่อนที่ของตัวรถ หรือ VMC และระบบขับเคลื่อนมอเตอร์ 3 ตัว

ข้อมูลจาก BYD ในตลาดต่างประเทศระบุว่า Z9GT EV ใช้ระบบขับเคลื่อน 3 มอเตอร์เช่นเดียวกัน และมีกำลังสูงสุด 850 kW หรือ 1,156 PS พร้อมอัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. 2.7 วินาที

BYD 2nd Generation Blade Battery 122.5 kWh

อีกหนึ่งจุดขายสำคัญคือแบตเตอรี่ BYD 2nd Generation Blade Battery ความจุ 122.5 kWh ทำงานร่วมกับระบบไฟฟ้าแรงดันสูง 1,000 โวลต์ รองรับระยะทางสูงสุด 701 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC

BYD ระบุว่าแบตเตอรี่ Blade รุ่นที่ 2 พัฒนาต่อเนื่องจากการวิจัยและพัฒนานาน 6 ปี โดยเพิ่มความหนาแน่นพลังงานประมาณ 5% เมื่อเทียบกับรุ่นแรก พร้อมปรับปรุงระบบจัดการความร้อนและประสิทธิภาพการชาร์จ นอกจากนี้ DENZA Z9GT ยังรองรับระบบ V2L หรือ Vehicle-to-Load จ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอกได้สูงสุด 4 kW

BYD FLASH ชาร์จ 10–97% ใน 9 นาที

เทคโนโลยีที่ถูกจับตามากที่สุดคือเทคโนโลยี BYD FLASH Charging ซึ่งทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ Blade รุ่นที่ 2 และสถานีชาร์จ FLASH ตามข้อมูลของ BYD ระบบดังกล่าวรองรับการชาร์จจาก 10–70% ภายใน 5 นาที และ 10–97% ภายใน 9 นาที ภายใต้เงื่อนไขของระบบ FLASH Charging นอกจากนี้ BYD ยังระบุว่าที่อุณหภูมิ -30 องศาเซลเซียส สามารถชาร์จจาก 20–97% ได้ภายใน 12 นาที สำหรับประเทศไทย BYD และ RÊVER ระบุว่ากำลังอยู่ระหว่างการขยายเครือข่ายสถานีชาร์จ BYD FLASH เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการมากขึ้น

ห้องโดยสารเน้นความหรูหรา

ภายใน DENZA Z9GT ติดตั้งเบาะนั่งหนังแท้ผสม Microsuede พร้อมระบบปรับไฟฟ้า ระบบอุ่นเบาะ ระบายอากาศ และระบบนวด รวมถึงระบบปรับอากาศแบบ 4 โซน และระบบสั่งการด้วยเสียงแยกอิสระ 4 โซน ยังมาพร้อมแท่นชาร์จสมาร์ตโฟนไร้สายกำลังสูง 50W จำนวน 3 ตำแหน่ง และประตูแบบ Soft-Close

ด้านระบบแสดงผลประกอบด้วย AR-HUD ขนาด 50 นิ้ว หน้าจอกลางขนาด 17.3 นิ้ว และหน้าจอสำหรับผู้โดยสารด้านหน้าขนาด 13.2 นิ้ว ขณะที่ระบบเสียงเป็นของ Devialet พร้อมลำโพง 20 ตำแหน่งอีกจุดที่น่าสนใจคือการติดตั้ง Google Built-in ซึ่งช่วยให้ผู้ขับและผู้โดยสารเข้าถึงบริการและแอปพลิเคชันต่าง ๆ ผ่านระบบภายในรถ

e³ Parking และระบบช่วยจอดอัจฉริยะ

DENZA Z9GT มาพร้อมเทคโนโลยี e³ ซึ่งทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ระบบเลี้ยวล้อหลัง และ VMC เพื่อควบคุมการเคลื่อนที่ของตัวรถ นอกจากนี้ยังมีระบบ e³ Parking และ APA (Automatic Parking Assist) ช่วยเพิ่มความสะดวกในการจอดรถ รวมถึงระบบ Smart Door Safety Opening ช่วยตรวจจับความเสี่ยงจากรถหรือสิ่งกีดขวางก่อนเปิดประตู ตัวรถใช้โครงสร้างแบตเตอรี่แบบ CTB (Cell-to-Body) ซึ่งรวมแบตเตอรี่เข้ากับโครงสร้างตัวถัง เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและเพิ่มประสิทธิภาพด้านพื้นที่ภายใน

สรุป DENZA Z9GT กับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทย

การเข้ามาของ DENZA Z9GT ทำให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมในไทยมีผลิตภัณฑ์ที่เน้นทั้ง สมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์และเทคโนโลยีชาร์จความเร็วสูง โดยเฉพาะการนำ BYD 2nd Generation Blade Battery และ BYD FLASH Charging เข้ามาใช้งานจริงในประเทศไทย

จุดที่น่าจับตาไม่ได้อยู่ที่กำลัง 1,156 แรงม้า เพียงอย่างเดียว แต่คือระบบชาร์จที่ BYD ระบุว่าสามารถเติมพลังงาน 10–97% ได้ภายใน 9 นาที ซึ่งเป็นการพยายามลดข้อจำกัดด้านระยะเวลาการชาร์จของรถยนต์ไฟฟ้าอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ความเร็วในการชาร์จระดับดังกล่าวขึ้นอยู่กับ สถานีชาร์จ BYD FLASH, กำลังไฟที่สถานีจ่ายได้, สภาพแบตเตอรี่ และเงื่อนไขการใช้งานจริง ดังนั้นการขยายเครือข่าย FLASH Charging ในประเทศไทยจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อประสบการณ์ใช้งานของ Z9GT ในระยะยาว

แต่ด้วยราคาเปิดตัวที่เพียง 2,899,900 บาท DENZA Z9GT จึงเข้ามาทำตลาดในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมที่ให้ความสำคัญกับสมรรถนะ ความหรูหรา และเทคโนโลยี มากกว่าการแข่งขันด้านความคุ้มค่าของรถ EV ทั่วไป