บริษัท นิสสัน มอเตอร์ จำกัด ประกาศแผนเปิดตัวรถกระบะรุ่นใหม่ Nissan Frontier Pro หรือ Nissan Navara Pro ในตลาดโลก โดยจะทำตลาดแห่งแรกในเม็กซิโกเดือนตุลาคม 2026 ก่อนขยายไปยังฟิลิปปินส์ และตลาดอื่น ๆ ในอเมริกากลาง อเมริกาใต้ ตะวันออกกลาง รวมทั้งในออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์
สำหรับรถกระบะรุ่นใหม่นี้ จะมากับระบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ถูกพัฒนา และผลิตโดยบริษัท เจิ้งโจว นิสสัน ออโต้ ออโตโมบิล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนของนิสสันในประเทศจีน โดยนับเป็นรถยนต์นิสสันรุ่นแรกที่พัฒนา พร้อมผลิตในประเทศจีน และส่งออกสู่ตลาดโลก ชูจุดเด่นดกับพละกำลังสูงสุด 350 แรงม้า แรงบิด 660 นิวตันเมตร ระยะทางขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าสูงสุด 75 กิโลเมตร และแบตเตอรี่ขนาด 20 kWh พร้อมความสามารถในการใช้งานทั้งบนถนนทั่วไป และเส้นทางออฟโรด
Nissan Frontier Pro/Navara Pro กระบะใหม่ บุกตลาดโลก
โดยทางนิสสันระบุว่า Frontier Pro/Navara Pro เป็นผลจากประสบการณ์พัฒนารถกระบะที่สั่งสมมานานกว่า 90 ปี นับตั้งแต่การเปิดตัว Datsun Type 13 ในปี 1934 โดยรถกระบะรุ่นดังกล่าวมียอดจำหน่ายสะสมมากกว่า 15 ล้านคัน ในกว่า 140 ตลาดทั่วโลกสำหรับแผนการเปิดตัวครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์เสริมความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์ระดับโลก โดยมุ่งนำเสนอรถยนต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในแต่ละภูมิภาคได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งด้านสมรรถนะ ความสะดวกสบาย เทคโนโลยี และความอเนกประสงค์ในการใช้งาน
กำหนดการเปิดตัวเบื้องต้นประกอบด้วย เม็กซิโกในเดือนตุลาคม 2026 ฟิลิปปินส์ในเดือนพฤศจิกายน 2026 และทยอยเข้าสู่ตลาดอื่นในตะวันออกกลาง อเมริกากลาง และอเมริกาใต้ภายในสิ้นปี 2026 ส่วนออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์จะเริ่มทำตลาดในปี 2027 ภายใต้ชื่อ Nissan Navara Pro
Nissan Frontier Pro PHEV 350 แรงม้า แรงบิด 660 นิวตันเมตร
สำหรับ Nissan Frontier Pro PHEV รุ่นที่เตรียมจำหน่ายในเม็กซิโก มาพร้อมระบบขับเคลื่อนปลั๊กอินไฮบริดที่ผสานเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 20 kWh ซึ่งสามารถชาร์จไฟจากภายนอกได้ ระบบขับเคลื่อนให้กำลังสูงสุด 350 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 660 นิวตันเมตร โดยสามารถทำงานร่วมกันหรือแยกกันตามสภาพการขับขี่ เพื่อให้ได้ทั้งอัตราเร่งที่ตอบสนองรวดเร็วและความราบรื่นจากมอเตอร์ไฟฟ้า ระยะทางขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าสูงสุดอยู่ที่ 75 กิโลเมตร ขณะที่ระยะทางขับขี่รวมอยู่ที่ประมาณ 1,000 กิโลเมตร เหมาะสำหรับทั้งการเดินทางในชีวิตประจำวัน และการเดินทางระยะไกลมาพร้อมโหมดการขับขี่ได้ 4 รูปแบบ ได้แก่ Hybrid, Sport, EV และ Snow และยังได้รับการติดตั้งระบบปรับระดับการหน่วงจากการเบรกเพื่อชาร์จพลังงานกลับคืน 3 ระดับ นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชัน V2L (Vehicle to Load) สำหรับจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ภายนอก รองรับกิจกรรมกลางแจ้ง และการใช้งานในพื้นที่ก่อสร้าง
ขับเคลื่อน 4 ล้อ ลากจูง 3.5 ตัน พร้อมลุยออฟโรด
แม้จะเป็นรถกระบะปลั๊กอินไฮบริด แต่ Frontier Pro PHEV ยังคงให้ความสำคัญกับความสามารถในการทำงาน และการขับขี่บนเส้นทางทุรกันดาร โดยมาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ กลไกล็อกเฟืองท้ายด้านหลัง และระยะห่างจากพื้น 232 มิลลิเมตร โดยรถรุ่นนี้รองรับน้ำหนักลากจูงสูงสุด 3,500 กิโลกรัม พร้อมรองรับน้ำหนักบรรทุกสูงสุด 815 กิโลกรัม เหมาะกับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ ทั้งการเดินทาง การบรรทุกสัมภาระ และงานที่ต้องใช้ความสามารถของรถกระบะอย่างจริงจังระบบช่วงล่างมากับระบบกันสะเทือนหลังแบบมัลติลิงค์ ที่จะช่วยเพื่อเพิ่มความนุ่มนวล และความสะดวกสบายในการขับขี่ โดยทางนิสสันระบุว่าได้ทดสอบรถเป็นระยะทางรวมมากกว่า 100,000 กิโลเมตร เพื่อประเมินสมรรถนะในสภาพถนน ภูมิอากาศ และสภาพแวดล้อมที่หลากหลายของอเมริกากลาง และอเมริกาใต้
ตัวถังใหญ่ ห้องโดยสารกว้าง พร้อมจอ 14.6 นิ้ว
Nissan Frontier Pro PHEV มีความยาวตัวถัง 5,494 มิลลิเมตร กว้าง 1,960 มิลลิเมตร สูง 1,945 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 3,300 มิลลิเมตร เป็นรถกระบะ 5 ที่นั่งที่เน้นพื้นที่ใช้สอยและความสะดวกสบายทั้งสำหรับการทำงานและการเดินทางกับครอบครัวภายนอกติดตั้งไฟหน้าและไฟท้าย LED โลโก้นิสสันแบบเรืองแสง และล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ส่วนรุ่น Platinum เพิ่มบันไดข้างไฟฟ้าเพื่อช่วยให้เข้าออกห้องโดยสารได้สะดวกยิ่งขึ้น
ภายในห้องโดยสารมีหน้าจอกลางขนาด 14.6 นิ้ว พร้อมมาตรวัดดิจิทัล และใช้กระจกกันเสียงรวมถึงวัสดุช่วยลดเสียงรบกวนจากเครื่องยนต์, ถนน และลม เพื่อยกระดับบรรยากาศภายในห้องโดยสาร
รุ่น Platinum ยังได้รับอุปกรณ์เพิ่มเติม ได้แก่ ระบบเครื่องเสียงระดับพรีเมียม FOCAL และเบาะนั่งคนขับพร้อมฟังก์ชันนวด ขณะที่อุปกรณ์ช่วยเหลือผู้ขับขี่มีทั้งระบบ ProPILOT Assist ระบบเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ ระบบช่วยป้องกันการชนท้าย และระบบช่วยรักษาช่องทางเดินรถ โดยรุ่น Platinum เพิ่มระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่จากรุ่น LE อีก 9 รายการ
สำหรับตลาดเม็กซิโก Frontier Pro PHEV เตรียมจำหน่าย 2 รุ่นย่อย ได้แก่ LE และ Platinum โดยราคาคาดการณ์เริ่มต้นที่ 969,900 เปโซเม็กซิกัน
Nissan Frontier Pro/Navara Pro มีโอกาสทำตลาดไทยหรือไม่?
สำหรับการเปิดตัว Frontier Pro/Navara Pro แสดงให้เห็นว่าทาง นิสสันกำลังขยายแนวทางการพัฒนารถกระบะไปสู่ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า โดยเฉพาะรถในรูปแบบปลั๊กอินไฮบริดที่พยายามรวมจุดเด่นด้านแรงบิด การขับขี่ด้วยไฟฟ้า และความสามารถในการใช้งานแบบรถกระบะเข้าด้วยกันสำหรับประเทศไทย ประเด็นที่น่าจับตาคือความเป็นไปได้ของรถกระบะปลั๊กอินไฮบริดในตลาดที่มีการแข่งขันสูง ทั้งจากรถกระบะเครื่องยนต์ดีเซล และรถยนต์พลังงานทางเลือกที่กำลังได้รับความสนใจมากขึ้น
หากนิสสันพิจารณานำ Frontier Pro หรือ Navara Pro เข้ามาทำตลาดในไทยจริง จุดขายสำคัญอาจอยู่ที่กำลังสูงสุด 350 แรงม้า แรงบิด 660 นิวตันเมตร ระยะทางขับขี่ด้วยไฟฟ้าสูงสุด 75 กิโลเมตร และความสามารถในการลากจูง 3.5 ตัน อย่างไรก็ตาม การทำตลาดจริงยังต้องพิจารณาราคาจำหน่าย ต้นทุนการนำเข้าหรือการผลิตในประเทศ, โครงสร้างภาษี, ความพร้อมด้านบริการหลังการขาย และความเชื่อมั่นของผู้ใช้รถกระบะต่อระบบปลั๊กอินไฮบริด
ทั้งนี้การพัฒนา และผลิตในจีนเพื่อส่งออกสู่ตลาดโลกยังสะท้อนทิศทางใหม่ของนิสสันในการใช้ฐานการผลิตที่มีศักยภาพเพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการขยายผลิตภัณฑ์ ส่วนตลาดไทยจะมีโอกาสได้สัมผัสรถกระบะรุ่นนี้หรือไม่นั้น ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามประกาศจากนิสสันประเทศไทยต่อไป