Search
Close this search box.

Mazda MX-30 R-EV รุ่น Plug-in Hybrid เครื่องโรตารี เปิดตัวครั้งแรกที่ยุโรป น้ำมันบวกไฟฟ้าวิ่งไกล 600 กม.

เปิดตัว Mazda MX-30 R-EV SUV ครอสโอเวอร์ รุ่น Plug-in Hybrid ที่จะใช้ Rotary engine 166 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 260 นิวตัน-เมตร เร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 9.1 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ 140 กม./ชม. แบตเตอรี 17.8 kWh ที่สามารถชาร์จไฟได้ซึ่งติดตั้งอยู่ใต้ท้องรถ จะทำให้เดินทางได้มากกว่า 644 กิโลเมตร ขณะที่การเดินทางโดยใช้พลังงานไฟฟ้าสามารถทำได้ 85 กิโลเมตร เมื่อชาร์จจนเต็ม

Mazda ในยุโรป เปิดตัว Mazda MX-30 R-EV หรือในเมืองไทยจะใช้ว่า Mazda MX-30 E-Skyactiv R-EV ซึ่งรถยนต์ SUV ครอสโอเวอร์ รุ่น Plug-in Hybrid ที่จะใช้ Rotary engine (เครื่องยนต์โรตารี) ผลิตกระแสไฟฟ้าในการขับเคลื่อน ซึ่งนำมาเพื่อช่วยในด้านการประหยัดเชื้อเพลิง ไม่ใช่เพื่อสมรรถนะที่สูงแบบในอดีต โดยถูกเปิดตัวครั้งแรกในโลก ที่งานบรัสเซลมอเตอร์โชว์ ประเทศเบลเยียม

📙 Mazda มีตำนานเกี่ยวกับ Rotary engine (เครื่องยนต์โรตารี) ที่สร้างชื่อเสียงให้กับรถสปอร์ตของ ของ Mazda มากว่า 5 ทศวรรษ เริ่มต้นที่ รหัส10A กับเครื่องยนต์ 2 โรเตอร์ ให้กำลังสูงสุด 112 แรงม้า (PS) ในรุ่น Cosmo series ค.ศ. 1965-1968 และรหัส 13-REW ตัวแรงในรุ่น RX-7 รหัส FD3S ด้วยพละกำลัง 284 แรงม้า (PS) ก่อนที่จะทิ้งท้ายด้วยรหัส 13-MSP Renesis ในรุ่น RX-8 ที่เน้นการปรับปรุงด้านมลพิษและอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง
กว่า 10 ปีที่ผ่านมา Mazda ได้ยุติสายพานการผลิตเครื่องยนต์โรตารี่ แต่มีการศึกษาความเป็นไปได้ ถึงขุมพลังแห่งอนาคต ทั้งจับคู่กับเชื้อเพลิงไฮโดรเจน มาใช้เป็นเครื่องยนต์ปั่นไฟ ก่อนการกลับมาของเครื่องยนต์ลูกสูบหมุน หรือ Rotary engine อย่างเป็นทางการ ในรถรุ่น MX-30 R-EV เพื่อทำให้กลายเป็นรถ Plug-in Hybrid ที่เน้นระยะทางในการขับขี่ได้ไกลกว่า รถ BEV อย่าง MX-30 ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ ที่วิ่งได้ไกลสุดเพียง 160 กิโลเมตร ต่อ 1 การชาร์จ ขยับมาวิ่งได้ไกลสุดถึง 644 กิโลเมตร ในรุ่น MX-30 e-Skyactiv R-EV นี้

📙 Mazda MX-30 R-EV ขับเคลื่อน Series Plug-in Hybrid ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นตัวขับเคลื่อนเพียงอย่างเดียว โดยได้นำเอาเครื่องยนต์โรตารีแบบ Single-rotor ความจุ 830 ซีซี ที่ใช้ระบบไดเร็กอินเจ็กชันแรงดันสูง 11.9:1 มีกำลัง 75 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 116 นิวตัน-เมตร แต่กำลังจากเครื่องยนต์ไม่ได้ถูกส่งไปที่ล้อของรถ เพราะใช้เพื่อสร้างพลังงานไฟฟ้าสำหรับมอเตอร์ไฟฟ้า ที่มีกำลัง 167 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 260 นิวตัน-เมตร เพื่อขับเคลื่อนการเดินทางของรถ ซึ่งมีหลักการทำงานคล้ายกับระบบ e-POWER ของ Nissan Kicks นั่นเอง เพียงแต่ MX-30 R-EV ยังสามารถเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟจากแหล่งจ่ายไฟภายนอกได้
ดังนั้น รวมขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าของ MX-30 R-EV มีกำลังสูงสุดอยู่ที่ 166 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 260 นิวตัน-เมตร (เทียบกับรุ่น EV ปกติ ที่มีกำลังสูงสุดน้อยกว่าอยู่ที่ 145 แรงม้า แต่มีแรงบิดสูงกว่าอยู่ที่ 271 นิวตัน-เมตร) สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 9.1 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 140 กม./ชม.

📙 เครื่องยนต์โรตารี ที่ติดตั้งลงใน MX-30 R-EV มีน้ำหนักเบาลง 15 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์แบบ Bi-rotor ที่เคยติดตั้งลงใน RX-8 ก่อนหน้านี้ การทำงานของระบบ Plug-in Hybrid ที่เครื่องยนต์โรตารี ใช้น้ำมันเบนซินจากถังน้ำมันความจุ 50 ลิตรซึ่งติดตั้งอยู่ที่เพลาหลังของรถ สำหรับสร้างพลังงานไฟฟ้าให้มอเตอร์และแบตเตอรี 17.8 kWh ที่สามารถชาร์จไฟได้ซึ่งติดตั้งอยู่ใต้ท้องรถ จะทำให้เดินทางได้มากกว่า 644 กิโลเมตร ขณะที่การเดินทางโดยใช้พลังงานไฟฟ้าสามารถทำได้ 85 กิโลเมตร เมื่อชาร์จจนเต็ม
ส่วนการชาร์จไฟให้กับแบตเตอรี สามารถทำได้ทั้งชาร์จปกติแบบ AC ชาร์จไฟตามบ้านปกติ และชาร์จด่วนแบบไฟกระแสตรง DC รองรับกำลังไฟได้สูงสุด 36 kW สามารถชาร์จแบตเตอรี่จนเต็มได้ในเวลาราว 25 นาที ซึ่งถือว่า ค่อนข้างนานเมื่อเทียบกับขนาดแบตเตอรี่เพียง 17.8 kWh เท่านั้น

📙 MX-30 R-EV มีโหมดขับขี่ ให้เลือกใช้ 3 โหมด คือ Normal, EV และ Charge ซึ่งสามารถตั้งค่ารักษาระดับแบตเตอรี่คงเหลือด้วยตัวเองได้ คือสามารถกำหนดพลังงานในแบตเตอรี ที่ต้องการเก็บสำรองไว้ใช้ในสถานการที่จำเป็นอย่างพื้นที่ที่ควบคุมมลพิษได้ ซึ่งจะทำให้เมื่อพลังงานในแบตเตอรีลดถึงระดับที่กำหนด เครื่องยนต์จะทำงานอัตโนมัติ เพื่อสร้างพลังงานไฟฟ้า เพื่อป้องกันไม่ให้ระดับแบตเตอรี่ลดลง นอกจากนี้แม้จะใช้โหมด Normal รถก็จะพยายามไม่ใช้การทำงานของเครื่องยนต์ยกเว้นเมื่อจำเป็นอย่างเช่นเมื่อต้องการอัตราเร่ง

MX-30 R-EV มีความแตกต่างที่ภายนอกของรถจาก MX-30 ที่เป็นรถไฟฟ้าด้วยสัญลักษณ์โรตารี หลังซุ้มล้อหน้า มีป้าย e-Skyactiv R-EV ที่ฝาท้าย และมีลายของล้อแตกต่างจาก MX-30 นอกจากนี้ ยังมีรุ่นพิเศษ MX-30 e-Skyactiv R-EV Edition R ออกมาให้เลือก โดยรถรุ่นพิเศษมาในตัวรถสีดำ Jet Black แต่งด้วยสีแดง Maroon Rouge ที่เสาและขอบหลังคา ส่วนในห้องโดยสาร มีสัญลักษณ์โรตารีและชื่อ Edition R ที่พนักพิงศรีษะของเบาะนั่ง มีพรมปูพื้นพร้อมสัญลักษณ์โรตารี รวมทั้งเดินด้ายสีขาวที่เบาะ

📙 Mazda กำหนดการวางจำหน่าย MX-30 R-EV ที่ยุโรปในช่วงฤดูร้อนปี 2023 นี้ โดยในสหราชอาณาจักร มีเกรดให้เลือกเหมือนกับรถไฟฟ้า และมีราคาเท่ากันใน 2 เกรดล่า งคือ Premium-Line ราคา 31,995 ปอนด์ หรือประมาณ 1.28 ล้านบาท เกรด Exclusive-Line ราคา 33,095 ปอนด์ หรือประมาณ 1.33 ล้านบาท
ส่วนเกรดสูงสุด Makato รุ่นปลั๊กอินไฮบริด จะมีราคาสูงกว่ารุ่นไฟฟ้าเล็กน้อย ขณะที่ R-EV Edition R มีราคา 37,950 ปอนด์ หรือประมาณ 1.53 ล้านบาท สำหรับที่ตลาดบ้านเกิดแดนอาทิตย์อุทัย ทางค่ายมีให้เลือกขุมพลังเครื่องยนต์เบนซินสันดาปภายใน ความจุ 2.0 ลิตร พ่วงระบบ Mild-hybrid เป็นรุ่นเริ่มต้นให้เลือกอีกด้วย

👉👉 Credit : Motor1 Drive.com Autoexpress