อีซูซุเปิดตัว THE NEW MU-X พร้อมนำเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 Ddi MAXFORCE Biturbo เข้ามาเสริมไลน์อัพ โดยจุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่รุ่น RS ซึ่งมีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อน 4WD และ 4x2 พร้อมกำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตัน-เมตร ขณะที่การปรับโฉมครั้งนี้ยังครอบคลุมรายละเอียดตัวถัง ห้องโดยสาร และอุปกรณ์ของแต่ละรุ่นย่อย
สำหรับตลาดรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ PPV เครื่องยนต์แรงบิดสูงยังเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ผู้ใช้ให้ความสำคัญ เพราะรถประเภทนี้ต้องรองรับทั้งการเดินทางพร้อมผู้โดยสารหลายคน การบรรทุกสัมภาระ และการขับทางไกล การเพิ่มเครื่องยนต์เทอร์โบคู่จึงเป็นการขยายทางเลือกให้ MU-X โดยไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะรูปลักษณ์ที่ปรับใหม่เท่านั้น
ราคาอย่างเป็นทางการ Isuzu MU-X ใหม่
- MU-X Active 2.2 Turbo 8AT ราคา 1,197,000 บาท
- MU-X Elegant 2.2 Turbo 8AT ราคา 1,432,000 บาท
- MU-X Elegant 2.2 Bi-Turbo 8AT ราคา 1,474,000 บาท
- MU-X Ultimate 2.2 Turbo 8AT ราคา 1,557,000 บาท
- MU-X Ultimate 2.2 Turbo 8AT 4WD ราคา 1,657,000 บาท
- MU-X RS 2.2 Turbo 8AT ราคา 1,627,000 บาท
- MU-X RS 2.2 Turbo 8AT 4WD ราคา 1,727,000 บาท
- MU-X RS 2.2 Bi-Turbo 8AT ราคา 1,674,000 บาท
- MU-X RS 2.2 Bi-Turbo 8AT 4WD ราคา 1,774,000 บาท
มาพร้อมการรับประกันตัวรถ Warranty นาน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร
สีตัวถังภายนอกให้เลือก ดังนี้
- สีขาว Dolomite White Pearl
- สีเงิน Bohemian Silver Metallic (เฉพาะรุ่น Active)
- สีดำ Bavarain Black Mica (เฉพาะรุ่น Elegant, Ultimate และ RS)
- สีเทา Havasu Gray Opaque (เฉพาะรุ่น Elegant, Ultimate และ RS)
เครื่องยนต์ 2.2 Biturbo กำลัง 204 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตัน-เมตร
เครื่องยนต์ใหม่ ISUZU 2.2 Ddi MAXFORCE Biturbo ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 500 นิวตัน-เมตร ในช่วง 1,600–2,600 รอบต่อนาที ใช้ระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบคู่ โดยจับคู่เทอร์โบแรงดันต่ำแบบแปรผัน VGS Low-pressure Turbo กับเทอร์โบแรงดันสูง High-pressure Turboระบบดังกล่าวออกแบบมาเพื่อเพิ่มการตอบสนองของเครื่องยนต์ ตั้งแต่การออกตัวไปจนถึงช่วงเร่งแซง โดยเฉพาะรถที่ต้องเดินทางพร้อมผู้โดยสารและสัมภาระ ซึ่งต้องการแรงบิดอย่างต่อเนื่องในหลายสถานการณ์
อีกส่วนที่ได้รับการพัฒนาคือระบบหัวฉีด Gi-BOOST แรงดันสูง 250 MPa แบบ 10 รูหัวฉีด ขณะที่ระบบส่งกำลังใช้เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด REV TRONIC ที่ปรับจูนให้ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ใหม่ และมี Sequential Paddle Shift ที่พวงมาลัยสำหรับเปลี่ยนเกียร์ด้วยตนเองตามความเหมาะสม
โดยทาง ISUZU ระบุว่าเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE Biturbo ประหยัดน้ำมันดีขึ้น 8% เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ ISUZU 3.0 ลิตรในสภาวะขับขี่นอกเมือง อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้เป็นข้อมูลจากผู้ผลิตภายใต้เงื่อนไขการเปรียบเทียบที่ระบุไว้ ไม่ใช่การรับประกันอัตราสิ้นเปลืองในการใช้งานจริงของผู้ขับทุกคน เครื่องยนต์ใหม่ยังรองรับน้ำมันไบโอดีเซล B20 ด้วย
MU-X RS เพิ่มทางเลือกทั้ง 4WD และ 4x2
THE NEW MU-X รุ่น RS เป็นรุ่นที่ได้รับเครื่องยนต์ Biturbo ใหม่ โดยมีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 4WD และขับเคลื่อนสองล้อ 4x2 จุดเด่นคือการผสานสมรรถนะเครื่องยนต์เข้ากับรูปลักษณ์สปอร์ตที่ปรับรายละเอียดใหม่ตั้งแต่ด้านหน้าไปจนถึงด้านท้ายเริ่มจากในส่วนของภายนอกติดตั้งกระจังหน้า Supreme Onyx Grill พร้อมไฟหน้า Dynamic Blade และรายละเอียด Lime Green Arrow Signature ที่เพิ่มเอกลักษณ์ให้กับรุ่น RS หลังคาสี Black Roof ช่วยสร้างความแตกต่างจากตัวถัง ส่วน Biturbo Badge ใช้สี Black Chrome และ Lime Green เพื่อสื่อถึงขุมพลังใหม่
ด้านกันชนหน้า และหลังออกแบบให้มี Aero Diffuser เพื่อช่วยด้านอากาศพลศาสตร์ พร้อมล้ออัลลอย Machining ทูโทนขนาด 20 นิ้ว ขณะที่ชุดไฟท้ายใช้เส้นสาย Embrace Line เพิ่มความต่อเนื่องของดีไซน์ด้านท้ายรถ
ด้านภายในห้องโดยสารปรับเบาะ RS เป็นดีไซน์ใหม่ที่เน้นการโอบกระชับสรีระ พร้อมเทคโนโลยี COOLMAX ที่ช่วยลดการสะสมความร้อน เหมาะกับการเดินทางในสภาพอากาศร้อนของประเทศไทย ส่วนสีตัวถังใหม่ Havasu Gray Opaque เพิ่มทางเลือกให้ผู้ที่ต้องการภาพลักษณ์ต่างจากสีมาตรฐานเดิม
รุ่น Ultimate เน้นความหรูและความสบาย
THE NEW MU-X รุ่น Ultimate ปรับภาพลักษณ์ด้วยกระจังหน้า Cosmic Diamond Grille และล้ออัลลอย Machining ทูโทนสี Magnitite ขนาด 20 นิ้ว พร้อมชุดไฟท้ายดีไซน์ Embrace Line สีตัวถังใหม่ Havasu Gray Opaque เพิ่มทางเลือกให้กับผู้ที่มองหา PPV ที่มีบุคลิกหรูผสมความสปอร์ตภายในใช้โทนสี Pebble Gray กับเบาะที่ออกแบบให้รองรับสรีระ พร้อมเทคโนโลยี COOLMAX ช่วยลดการสะสมความร้อน คอนโซลหน้าตกแต่งด้วยวัสดุ Piano Black และ Satin Silver ให้บรรยากาศพรีเมียมมากขึ้น
โดยในรุ่นนี้ยังคงใช้เครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE กำลังสูงสุด 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด REV TRONIC พร้อมระบบ Sequential Paddle Shift ที่พวงมาลัย โดยทางอีซูซุยังได้ติดตั้งโช้กอัพ STIFF FLEX ซึ่งออกแบบมาเพื่อลดแรงสั่นสะเทือนและการโคลงของตัวรถ พร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS เวอร์ชันล่าสุด
รุ่น Elegant เลือกได้ทั้ง Biturbo และเครื่อง 2.2 Ddi MAXFORCE
THE NEW MU-X รุ่น Elegant เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่มีทางเลือกด้านขุมพลังสองแบบ ได้แก่ 2.2 Ddi MAXFORCE Biturbo กำลัง 204 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตัน-เมตร และ 2.2 Ddi MAXFORCE กำลัง 163 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตัน-เมตร ช่วยให้ผู้ซื้อเลือกตามความต้องการด้านสมรรถนะได้มากขึ้นด้านรูปลักษณ์ภายนอกมาพร้อมกระจังหน้า Cosmic Diamond Grille และสีตัวถัง Havasu Gray Opaque ส่วนภายในใช้เบาะสี Pebble Gray ที่ออกแบบให้รองรับสรีระ พร้อมเทคโนโลยี COOLMAX และคอนโซลหน้าตกแต่ง Piano Black – Satin Silver
ในส่วนของอุปกรณ์ใช้งาน รุ่น Elegant มีเบาะนั่ง 7 ที่นั่ง เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า โดยฝั่งคนขับปรับได้ 8 ทิศทาง เบาะแถวสองและแถวสามปรับเอนได้และพับเพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ หน้าจอสัมผัสระบบอินโฟเทนเมนต์ขนาด 9 นิ้วรองรับ Wireless Android Auto และ Wireless Apple CarPlay ในสมาร์ทโฟนรุ่นที่รองรับ พร้อมฝาท้าย Smart Tailgate with Step Sensor และระบบ Jam Protection
รุ่น Active วางตำแหน่งความคุ้มค่า
สำหรับ THE NEW MU-X รุ่น Active ยังคงเน้นความคุ้มค่า และการใช้งานในชีวิตประจำวัน ภายนอกใช้กระจังหน้าสี Dark Gray พร้อมล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว และไฟหน้า-ไฟท้าย Dynamic Blade ที่เสริมด้วยเส้นสาย Embrace Line บริเวณชุดไฟท้ายห้องโดยสารมีเบาะผ้าสีดำ 7 ที่นั่ง เบาะแถวสองและแถวสามปรับเอนได้และพับเพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ หน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วรองรับ Wireless Android Auto และ Wireless Apple CarPlay ในสมาร์ทโฟนรุ่นที่รองรับ
ด้านขุมพลังขับเคลื่อนในรุ่น Active ยังคความร้อนแรงด้วยเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE กำลังสูงสุด 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด REV TRONIC และ Sequential Paddle Shift ที่พวงมาลัย ส่วนระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS ใช้กล้อง 3D Imaging Stereo Camera ร่วมกับเรดาร์ 2 จุดและเซนเซอร์ 8 จุดรอบคัน ตามรายละเอียดในเอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์
ช่วงล่างและระบบความปลอดภัยยังเป็นจุดสำคัญ
THE NEW MU-X ใช้แนวคิด ISUZU SYMMETRIC MOBILITY ซึ่งออกแบบให้ตัวถัง แชสซีส์ เครื่องยนต์ และช่วงล่างทำงานร่วมกัน ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบอิสระปีกนกสองชั้น Double Wishbone ส่วนด้านหลังเป็นแบบ 5-Link Suspension พร้อมโช้กอัพ STIFF FLEX ที่ออกแบบมาเพื่อลดการสั่นสะเทือนและการโคลงขณะขับขี่ซึ่งทางอีซูซุระบุว่าตัวรถจะมีรัศมีวงเลี้ยวเพียง 5.6 เมตร ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการใช้งาน ขณะที่ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS มีฟังก์ชันตามรุ่นที่กำหนด เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW ระบบเตือนรถตัดผ่านขณะถอย RCTA พร้อมระบบช่วยเบรก ระบบเตือนการชนด้านหน้า FCW และระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB รวมทั้งยังมาพร้อมระบบเบรก ABS ดิสก์เบรก 4 ล้อ ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง โครงสร้างห้องโดยสารเสริมเหล็ก Ultra-High Tensile ระบบปลดล็อกประตูอัตโนมัติเมื่อถุงลมนิรภัยทำงาน และจุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก ISOFIX ที่เบาะแถวสอง
โปรโมชันอีซูซุปลายปี 2569
อีซูซุเตรียมจัดกิจกรรมในโชว์รูมสำหรับรถรุ่นใหม่ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม–31 ธันวาคม 2569 พร้อมกิจกรรมทดลองขับ “TASTE YOUR POWER” มอบคูปองเครื่องดื่มพันธุ์ไทย 2 แก้วสำหรับผู้ทดลองขับตามเงื่อนไขที่กำหนด จำกัด 20,000 สิทธิ์ มูลค่ารวมกว่า 2.4 ล้านบาทส่วนแคมเปญ “ดีลสุดคุ้ม แรงหยุดโลก!” จัดระหว่างวันที่ 23 ตุลาคม–31 ธันวาคม 2569 มอบส่วนลดสูงสุด 20,000 บาท โดยมีมูลค่ารวมของแคมเปญกว่า 108 ล้านบาท ขณะที่สมาชิก Isuzu my-Member อาจได้รับส่วนลดเพิ่มเติมสูงสุด 50,000 บาทตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด
ผู้สนใจ THE NEW MU-X สามารถตรวจสอบรุ่นย่อย อุปกรณ์ และข้อเสนอที่ใช้ได้กับรถแต่ละรุ่นจากโชว์รูมอีซูซุ หรือเว็บไซต์ www.isuzu-tis.com รวมถึง LINE Official Account: @isuzuthai ก่อนจองหรือซื้อรถ
ทั้งนี้การปรับไลน์อัพครั้งนี้ทำให้ THE NEW MU-X ส่งผลทำให้มีตัวเลือกชัดเจนตั้งแต่รุ่น RS ที่ได้เครื่องยนต์ Biturbo 204 แรงม้า ไปจนถึงรุ่น Ultimate, Elegant และ Active ที่ใช้เครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE หรือมีทางเลือกเครื่องยนต์สองแบบในรุ่น Elegant สำหรับผู้ซื้อ สิ่งที่ควรพิจารณาควบคู่กันจึงไม่ใช่แค่ตัวเลขแรงม้า แต่รวมถึงระบบขับเคลื่อน อุปกรณ์ประจำรุ่น และรูปแบบการใช้งานจริงของแต่ละครอบครัวด้วย