เปิดสเปก iCAUR V27 2026 เอสยูวีทรงกล่องขุมพลัง REEV เวอร์ชันไทย

iCAUR (ไอคาร์) แบรนด์รถภายใต้ Chery (เชอรี) เผยโฉม iCAUR V27 REEV (ไอคาร์ วี สองเจ็ด อาร์อีอีวี) รถเอสยูวีทรง Boxy ดีไซน์โมเดิร์นครั้งแรกในประเทศไทย มาพร้อมขุมพลัง REEV (Range-Extended Electric Vehicle) ที่พัฒนาโดย Chery Group เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและความมั่นใจสำหรับการเดินทางระยะไกล

ในด้านงานดีไซน์ภายนอกการออกแบบ V27 ผสานความคลาสสิกเข้ากับเส้นสายร่วมสมัยได้อย่างลงตัว กระจังหน้าทูโทนสีดำคาดเส้นแนวนอนสีเดียวกับตัวรถติดตรา iCAUR มาพร้อมไฟหน้า LED Matrix Adaptive ทรงรี และมีไฟ DRL LED ในโคมเดียวกัน กันชนหน้าขนาดใหญ่ต่อเชื่อมเป็นชุดเดียวกันกับชุดบังโคลนหน้า มาพร้อมดีไซน์หลังคากระจกแบบ Dual Panoramic Glass Roof ผสานดีไซน์ Star Island

ขณะที่ด้านท้ายโดดเด่นด้วยที่วางยางอะไหล่สไตล์รถลุยยุค 90 ผสานกับชบุดไฟท้าย LED แนวตั้งอย่างลงตัว ส่วนชุดล้ออัลลอยเป็นแบบ 5 ก้าน ขนาด 21 นิ้ว ที่รัดด้วยยาง 265/45R21

ในด้านมิติตัวรถ ความยาว 5,045 มม. ความกว้าง 1,976 มม. ความสูง 1,894 มม. ระยะฐานล้อ 2,900 มม. โดยมีระยะต่ำสุดจากพื้นหรือ Ground Clearance อยู่ที่ 224 มม.

ภายในห้องโดยสารโดดเด่น โปร่ง กว้างขวาง พร้อมโครงสร้างหลังคาที่แข็งแรง พร้อมออปชันแบบครบ แผงคอนโซลหน้าได้รับการติดตั้งมาตรวัดขนาด 8.88 นิ้ว หน้าจอ Infotainment ขนาด 15.4 นิ้ว ความละเอียด 3K ใช้ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 8295P รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto

ขณะที่ปุ่มกดใต้จอแบบ Physical สำหรับควบคุมฟังก์ชันสำคัญ มาพร้อมลำโพง PIONEER 15 จุด กำลังขับ 1,620W, ที่ชาร์จมือถือไร้สายกำลัง 50W, ระบบปรับอากาศแบบ 2 โซน พร้อมกรองฝุ่นละออง PM2.5 พร้อมช่องปรับอากาศสำหรับเบาะนั่งแถวที่ 2 เพิ่มความสุนทรีย์ด้วยลำโพง Pioneer 15 ตำแหน่ง+Subwoofer

ตัวเบาะฝั่งคนขับ และผู้โดยสารตอนหน้า ปรับด้วยระบบไฟฟ้า 6 ทิศทาง มาพร้อมระบบระบายอากาศที่เบาะนั่งด้านหน้า, เบาะคนขับแบบจดจำตำแหน่ง และเลื่อนถอยหลัง นอิกจากนั้นยังได้รับการติดตั้งที่เท้าแขน พร้อมช่องเก็บของระบายอากาศ ส่วนเบาะแถว 2 พับได้แบบ 60:40 พร้อมที่วางแก้ว และที่เท้าแขนเบาะนั่งแถว 2 โดยเหมือนพับเบาะหลังลงที่เก็บสัมภาระด้านท้าย ขนาด 715 ลิตร แต่เมื่อพับเบาะหลังลงจะขยายพื้นที่ได้มากถึง 1,818 ลิตร

ด้านขุมพลังที่เป็นหัวใจสำคัญของ iCAUR V27 REEV 2026 จะมากับขุมพลัง REEV (Range-Extended Electric Vehicle)

จะมีทั้งแบบเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ โดยในรุ่น REEV 2WD จะมากับ เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร พ่วงเทอร์โบ พละกำลัง 136 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 220 นิวตันเมตร ที่ 2,500 รอบ/นาที ทำหน้าที่ปั่นไฟเข้าแบตเตอรี่ ไม่มีหน้าที่ขับเคลื่อน หรือ ส่งกำลังลงล้อ ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่่ให้กำลัง 252 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 300 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ CATL Lithium-ion LFP ขนาดความจุ 20.4 kWh ขับเคลื่อนล้อหลัง RWD Rear-Wheel Drive ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 8.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 170 กม./ชม. โดยวิ่งไฟฟ้าล้วนได้ระยะทาง 95 กม. (NEDC) และวิ่งไฟฟ้า + น้ำมัน ระยะทาง 1,100 กม. (NEDC)

ขณะที่ในรุ่น REEV 4WD เครื่องยนต์จะเป็นแบบเดียวกันกับ REEV 2WD แต่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ด้านหน้า-ด้านหลัง พละกำลังรวม 455 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 505 นิวตันเมตร มาพร้อมแบตเตอรี่ CATL Lithium-ion LFP ขนาดความจุ 34.3 kWh ขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD All-Wheel Drive ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.0 วินาที ความเร็วสูงสุด 180 กม./ชม. วิ่งไฟฟ้าล้วน ระยะทาง 150 กม. (NEDC) และวิ่งไฟฟ้า + น้ำมัน ระยะทาง 1,000 กม. (NEDC)

โดยทั้ง 2 รุ่น รองรับการชาร์จได้ทั้ง AC สูงสุด 6.6 kW และ DC สูงสุด 100 kW 20-80% ภายใน 17 นาที มีเทคโนโลยี Vehicle to Load (V2L) สามารถจ่ายกระแสไฟได้ ทำให้รถสามารถถ่ายโอนพลังงานไฟฟ้าไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆได้ 6 kW มีระบบดึงพลังงานจากระบบเบรกกลับมาใช้ใหม่ (Regenerative Braking)

มาพร้อมโหมดการขับขี่ ECO, Normal, Sport และในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ iWD รวม 9 โหมดทั้ง Snow ,Mud, Sand พร้อมช่วงล่างอิสระ 4 ล้อ ด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัท และ ด้านหลังมัลติลิงก์ ขับลุยน้ำลึกได้ถึง 600 มิลลิเมตร มั่นใจปีนป่ายเกาะถนนดีด้วยมุมไต่หรือ approach angle 24 องศา และมุมจากหรือ departure angle 23 องศา และมุมคร่อม Breakover Angle 18 องศา

ด้านระบบช่วงล่างด้านหน้าแมคเฟอร์สันสตรัท ส่วนที่ด้านหลังเป็นแบบมัลทิลิงค์

ระบบเทคโนโลยีความสะดวกสบาย
-โหมดการขับขี่ ประหยัด ธรรมดา สปอร์ต และ Personalized
-เบรคมือไฟฟ้า พร้อมระบบหน่วงเบรคอัตโนมัติ
-กล้องมองภาพรอบทิศทาง 540 องศา
-เซนเซอร์ช่วยจอดรถด้านหน้า และหลัง
-ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ APA
-ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ACC
-ระบบช่วยเหลือการขับขี่ในสภาพความเร็วต่ำ TJA
-ระบบช่วยเตือนเมื่อรถคันหน้าออกตัว DAI
-ระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง TPMS
-ระบบล็อค และปลดลอคประตูอัตโนมัติ
-สั่งงานผ่านแอพพลิเคชัน
-สั่งการด้วยเสียง

ฟังค์ชันออฟโรด
-โหมดการขับขี่ ร่วม ลื่น ไม่เรียบ โคลน และ All-Terrain
-ระบบช่วยกลับรถในพื้นที่จำกัด
-ระบบช่วยเพิ่มความปลอดภัยขณะลุยน้ำ (Wet Mode)
-ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบออฟโรด

ระบบความปลอดภัย
-กล้องบันทึกภาพขณะขับขี่
-ระบบช่วยเบรคฉุกเฉิน AEB
-ระบบเตือนการชนด้านหน้า FCW
-ระบบเตือนมุมอับสายตาขณะถอยหลัง RCTA
-ระบบช่วยเบรคขณะถอยหลัง RCTB
-ระบบเตือนการออกนอกเลน LDW
-ระบบป้องกันการออกนอกเลน LDP
-ระบบรักษารถให้อยู่ในเลน LKA
-ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนในสถานการณ์ฉุกเฉิน ELK
-ระบบช่วยเตือนจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน LCA
-ระบบตรวจสอบจุดอับสายตา BSD
-ระบบป้องกันรถไหลเมื่อขึ้นทางลาดชัน HAC
-ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC
-ระบบตรวจจับความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ DMS
-ถุงลมนิรภัยด้านหน้า ซ้าย-ขวา
-ถุงลมนิรภัยด้านข้าง ซ้าย-ขวา ผู้โดยสารตอนหน้า
-ม่านถุงลมนิรภัย ซ้าย-ขวา
-ถุงลมนิรภัยด้านหน้า ระหว่างผู้โดยสาร และคนขับ
-ISOFIX

iCAUR V27 REEV 2026 สเปคที่จะนำเข้ามาจำหน่ายในไทยจะมีให้เลือก 4 สี ได้แก่ ขาว, ดำ, เขียว และ Sand (ครีม) ภายในมาตรฐานสีดำ แต่ในส่วนของสี Sand ในรุ่น 4WD จะสามารถเลือกสีภายในสีน้ำตาล หรือสีดำ

ทั้งนี้ iCAUR V27 REEV 2026 จะได้รับการเปิดโฉมให้ชมกันอย่างเป้นทางการในงาน Big Motor Sale 2026 ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 21-30 สิงหาคม ที่ ไบเทคบุรี บางนา ขณะที่ราคาจำหน่ายนั้นคาดว่าจะมีการประกาศอีกครั้งซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นในช่วงปลายเดือนกันยายน ที่จะถึงนี้ ซึ่งถ้าหากมีความคืบหน้าอย่างไรทางทีมงาน carwizard จะนำรายงานให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง