Chery Stockman กระบะปลั๊กอินไฮบริด หรือ PHEV ขุมพลังดีเซลรุ่นใหม่ เตรียมทำตลาดในออสเตรเลีย โดยถือเป็นหนึ่งในรถกระบะ PHEV เครื่องยนต์ดีเซลรุ่นแรก ๆ ของตลาด มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ กำลังรวมสูงสุด 350 kW หรือประมาณ 469 แรงม้า แรงบิด 800 นิวตัน-เมตร พร้อมแบตเตอรี่ LFP ขนาด 34 kWh และระยะทางขับขี่ด้วยไฟฟ้าสูงสุดประมาณ 96-100 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับมาตรฐานการทดสอบ
โดยทาง Chery เตรียมเริ่มจำหน่าย Stockman ในออสเตรเลียตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2027 หลังจากกำหนดการเดิมถูกเลื่อนออกไป โดยขณะนี้เปิดรับจองแล้วในราคา 1,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 2 หมื่นกว่าบาท ซึ่งสามารถขอคืนเงินได้เต็มจำนวน ขณะที่ราคาจำหน่ายจริงยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการออกมาในตอนนี้
Chery Stockman ชื่อเดียวกับรถกระบะ Suzuki ในอดีต
Chery Stockman เป็นรถกระบะแบบ Double Cab โครงสร้าง Body-on-Frame ที่พัฒนาขึ้นเพื่อแข่งขันในตลาดรถกระบะขนาดกลาง โดยในประเทศจีนรถรุ่นนี้เป็นที่รู้จักในชื่อ Rely Hi800 และเคยใช้ชื่อโครงการ Chery KP31 และ Rely P3Xโดยในชื่อรุ่น Stockman ได้มาจากการเปิดให้ประชาชนในออสเตรเลียร่วมโหวต โดยมีผู้ส่งชื่อเข้าประกวดมากกว่า 20,000 รายการ ก่อนที่ Stockman จะได้รับเลือกเป็นชื่อสำหรับรถกระบะรุ่นใหม่ของ Chery ซึ่งชื่อดังกล่าวมีความน่าสนใจ เนื่องจากทาง Suzuki เคยใช ชื่อ Stockman กับรถกระบะขนาดเล็ก และรถ 4WD สำหรับงานฟาร์มในออสเตรเลียมาตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1970 อย่างไรก็ตาม Suzuki Australia ไม่ได้แสดงท่าทีคัดค้าน โดยมองว่าชื่อ Stockman ยังคงมีความเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ของ Suzuki ในออสเตรเลีย
ดีเซล 2.5 ลิตร PHEV กำลัง 469 แรงม้า
หัวใจสำคัญของ Chery Stockman คือระบบขับเคลื่อน Diesel Plug-in Hybrid ซึ่งนำเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 4 สูบ ขนาด 2.5 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต หรือ LFP ขนาด 34 kWh โดยระบบขับเคลื่อนให้กำลังรวมสูงสุด 350 kW หรือประมาณ 469 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 800 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านระบบขับเคลื่อน 4 ล้อโดยทาง Chery ระบุอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในโหมดไฮบริดอยู่ที่ประมาณ 1.1 ลิตร/100 กม. ตามข้อมูลเบื้องต้น WLTP ขณะที่ข้อมูลอีกชุดระบุไว้ที่ประมาณ 2 ลิตร/100 กม. ตามมาตรฐาน NEDC จึงควรพิจารณาตัวเลขตามมาตรฐานการทดสอบที่แตกต่างกัน
ส่วนชุดแบตเตอรี่จะมีขนาดความจุอยู่ที่ 34 kWh สามารถรองรับการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าได้ประมาณ 96 กม. ตามมาตรฐาน WLTP หรือราว 100 กม. ตามข้อมูล NEDC นอกจากนี้ยังมีถังน้ำมันขนาด 80 ลิตร และอัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ระบุไว้ประมาณ 31.1 kWh/100 กม.
พละกำลังลากจูงเกือบ 3.5 ตัน รับน้ำหนัก 765 กก.
Chery Stockman มีน้ำหนักรถเปล่าอยู่ที่ประมาณ 2,735 กิโลกรัม ขณะที่น้ำหนักรถรวม หรือ GVM อยู่ที่ 3,500 กิโลกรัม ส่งผลให้มีความสามารถในการรองรับน้ำหนักบรรทุกสูงสุดประมาณ 765 กิโลกรัม ด้านการลากจูง Stockman รองรับน้ำหนักลากจูงแบบมีเบรกสูงสุด 3,495 กิโลกรัมซึ่งตัวเลขดังกล่าวใกล้เคียงกับคู่แข่งโดยตรงอย่าง BYD Shark 6 Performance, Ford Ranger Hybrid และ GWM Cannon Alpha PHEV ซึ่งรองรับการลากจูงประมาณ 3,500 กิโลกรัม อย่างไรก็ตาม หากใช้งานพร้อมลากจูงเต็มพิกัด ความสามารถในการบรรทุกจะลดลงอย่างมาก โดยข้อมูล GCM ของ Stockman อยู่ที่ 6,500 กิโลกรัม
ตัวถังใหญ่ ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมล็อกเฟืองท้าย 3 จุด
Chery Stockman มีตัวถังที่ยาว 5,450 มม. กว้าง 2,010 มม. สูง 1,890 มม. และมีระยะฐานล้อ 3,250 มม. ขณะตัวกระบะท้ายมีความยาว 1,560 มม. กว้าง 1,560 มม. และลึก 500 มม. โดยมีความกว้างระหว่างซุ้มล้อ 1,220 มม. นอกจากนั้นตัวรถจะมีระยะห่างจากพื้น 247 มม. มุมเข้า 30 องศา และมุมจาก 25 องศาส่วนช่วงล่างระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นแบบ Double Wishbone ขณะที่รุ่นดีเซล PHEV ใช้แหนบด้านหลัง ซึ่งเหมาะกับการรองรับน้ำหนักและการใช้งานเชิงพาณิชย์ มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อมีให้เลือกทั้ง 4WD Auto, 4WD High และ 4WD Low พร้อมระบบล็อกเฟืองท้ายด้านหน้า ตรงกลาง และด้านหลัง สำหรับการขับขี่ออฟโรด มีโหมด Eco, Normal, Sport, Snow, Mud และ Sand/Rock รวมถึง Turn Assist, Crawl Control และ Expert Mode
อุปกรณ์ภายในจัดเต็ม
แม้จะเป็นรถกระบะที่เน้นการใช้งาน แต่ Stockman มาพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกจำนวนมาก เช่น หน้าจอมาตรวัดดิจิทัล 10.25 นิ้ว และหน้าจออินโฟเทนเมนต์แบบสัมผัส 15.6 นิ้ว พร้อม Apple CarPlay และ Android Auto มาพร้อม HUD, ระบบนำทาง, ระบบเสียง 14 ลำโพง, ช่อง USB-A 4 ช่อง และ USB-C 3 ช่อง รวมถึงปลั๊กไฟ 230V จำนวน 2 จุด และระบบปรับอากาศแบบแยกโซน เบาะที่นั่งด้านหน้าปรับไฟฟ้า มาพร้อมระบบปรับอุณหภูมิทั้งร้อน และเย็น เช่นเดียวกับพวงมาลัยก็ได้รับระบบทำความร้อนด้านความปลอดภัยมีทั้ง Autonomous Emergency Braking, Adaptive Cruise Control, Blind Spot Monitoring, Lane Keeping Assist, Lane Centering, Rear Cross Traffic Alert และระบบเตือนเมื่อเปิดประตู นอกจากนี้ยังมีกล้องมองรอบคันพร้อมโหมด Transparent Chassis และถุงลมนิรภัยรวม 7 ตำแหน่ง
Chery Stockman มีคู่แข่งเป็นใครบ้าง?
ในตลาดออสเตรเลีย Chery Stockman จะเข้ามาแข่งขันกับรถกระบะ PHEV ที่เริ่มมีจำนวนเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็น BYD Shark 6, GWM Cannon Alpha PHEV และ Ford Ranger PHEV/Hybridซึ่งจุดขายสำคัญของ Stockman คือการนำ เครื่องยนต์ดีเซลมาทำงานร่วมกับระบบ PHEV ซึ่งแตกต่างจากคู่แข่งบางรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินเป็นต้นกำลังหลัก โดยนอกจากรุ่นดีเซล PHEV แล้ว Chery ยังเตรียมเปิดตัว Stockman รุ่น PHEV เครื่องยนต์เบนซินในช่วงครึ่งหลังของปี 2027 โดยรุ่นดังกล่าวจะมีกำลังรวมสูงถึง 395 kW และแรงบิด 1,000 นิวตัน-เมตร และเปลี่ยนระบบกันสะเทือนด้านหลังเป็นแบบคอยล์สปริง
แล้ว Chery Stockman จะมีโอกาสเข้าไทยหรือไม่?
สำหรับตลาดประเทศไทย Chery Stockman ถือเป็นรถที่น่าจับตามองอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากกระแสของรถกระบะ PHEV และรถกระบะพลังงานทางเลือกที่เริ่มเข้ามาแข่งขันในไทยมากขึ้นโดยจุดเด่นของ Stockman คือเครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตร ที่ทำงานร่วมกับระบบไฟฟ้า ให้กำลังรวมระดับ 469 แรงม้า มาพร้อมแรงบิดที่มากถึง 800 นิวตัน-เมตร พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และความสามารถในการลากจูงเกือบ 3.5 ตัน ซึ่งเข้ากับลักษณะการใช้งานของตลาดรถกระบะไทยได้เป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันจาก Chery ว่าจะนำ Stockman เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ซึ่งถ้าหาก Chery ตัดสินใจนำเข้ามาทำตลาดจริง Stockman จะต้องเจอกับการแข่งขันจากทั้งรถกระบะเครื่องยนต์สันดาปแบบดั้งเดิม รวมถึงรถกระบะไฮบริดและ PHEV จากจีนที่กำลังเข้าสู่ตลาดไทยมากขึ้น แต่ด้วยสมรรถนะระดับ 469 แรงม้า ระบบ 4WD และระยะทางขับขี่ด้วยไฟฟ้าราว 100 กิโลเมตร จึงทำให้ Chery Stockman เป็นอีกหนึ่งรถกระบะที่น่าจับตามอง หากมีแผนทำตลาดในประเทศไทยในอนาคตจริง ๆ ?