คลังดันรถเก่าแลกรถกระบะใหม่ รับส่วนลดสูงสุด 1 แสนบาท ลุ้นเริ่มสิ้นปี 2569

กระทรวงการคลังเดินหน้าแผนกระตุ้นตลาดรถกระบะไทย เตรียมผลักดันโครงการ รถเก่าแลกรถกระบะใหม่ ใช้งบประมาณ 6,000 ล้านบาท หวังนำรถยนต์เก่าอายุเกิน 15 ปี จำนวน 150,000 คัน ออกจากระบบ พร้อมจูงใจให้ประชาชนเปลี่ยนมาใช้รถใหม่ที่ผลิตในประเทศไทย โดยผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับสิทธิประโยชน์ 3 ส่วน รวมมูลค่าส่วนลดสูงสุด 100,000 บาท ตามตัวอย่างที่กระทรวงการคลังยกขึ้นมา คาดเริ่มดำเนินการได้ภายในสิ้นปี 2569

โดยขณะนี้อยู่ระหว่างผลักดันโครงการดังกล่าว เตรียมเสนอให้คณะอนุกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ภายใต้ พ.ร.ก. กู้เงินด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ซึ่งหากผ่านความเห็นชอบ จะเสนอคณะกรรมการกลั่นกรองชุดใหญ่ และส่งต่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติตามขั้นตอน โดยกระทรวงการคลังตั้งเป้าเริ่มโครงการภายในสิ้นปี 2569 โดยตั้งเป้าจัดการรถยนต์เก่าที่มีอายุเกิน 15 ปี จำนวนประมาณ 150,000 คัน

รถเก่าแลกรถใหม่ รับส่วนลด 3 ต่อ สูงสุด 1 แสนบาท

จุดสำคัญของโครงการคือการให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้ซื้อรถใหม่จาก 3 ส่วน ไม่ใช่แค่เงินช่วยเหลือจากภาครัฐเพียงอย่างเดียว ส่วนแรก กระทรวงการคลังจะสนับสนุนเงินอุดหนุนโดยตรง 40,000 บาทต่อคัน ส่วนที่สองเป็นเงินร่วมจ่าย (Co-pay) จากค่ายรถยนต์ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดวงเงินที่แน่นอน และส่วนสุดท้ายคือมูลค่าของรถเก่าที่นำมาแลกซื้อรถใหม่

สำหรับผู้มีสิทธิเข้าร่วม ต้องเป็นคนไทย อายุ 20 ปีขึ้นไป กำหนดให้ใช้สิทธิได้ 1 คนต่อ 1 คัน และมีเงื่อนไขสำคัญคือรถเก่าที่นำมาแลกจะต้องเข้าสู่กระบวนการทำลายเท่านั้น ไม่สามารถนำกลับมาขับใช้งานหรือขายต่อเป็นรถมือสองได้

รถเก๋ง รถตู้ รถกระบะ แลกได้ แต่ต้องจดทะเบียนก่อนปี 2555

สำหรับรถเก่าที่นำมาเข้าร่วมโครงการ ไม่ได้จำกัดเฉพาะรถกระบะเท่านั้น รถเก๋ง รถตู้ และรถกระบะ สามารถนำมาใช้สิทธิได้ แต่ต้องมีคุณสมบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด ได้แก่
  • เป็นรถที่จดทะเบียนก่อนปี 2555
  • อายุรถประมาณ 15 ปีขึ้นไป
  • ไม่เป็นซากรถ และยังสามารถใช้งานได้
  • ชำระภาษีรถยนต์ครบถ้วน
  • ไม่มีภาระผูกพันหรือภาระทางการเงินติดอยู่กับรถ

ส่วนรถใหม่ที่จะนำมาใช้สิทธิซื้อได้ จะจำกัดอยู่ในกลุ่มรถกระบะ และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ที่มีพื้นฐานโครงสร้างจากรถกระบะ หรือรถ PPV โดยต้องเป็นรถที่ผลิตภายในประเทศไทยเท่านั้น ด้านระบบขับเคลื่อนกำหนดให้เป็นรถที่ใช้เทคโนโลยีไฟฟ้า (xEV) หรือรถที่รองรับการใช้น้ำมันดีเซล B20 เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการเปลี่ยนผ่านพลังงาน และช่วยสนับสนุนการผลิตรถยนต์ภายในประเทศ

หวังลดรถเก่าปล่อยมลพิษ พร้อมพยุงตลาดกระบะไทย

เหตุผลที่กระทรวงการคลังเร่งผลักดันโครงการนี้ มาจากปัญหารถยนต์เก่าสะสมในประเทศไทย ซึ่งมีจำนวนประมาณ 8.17 ล้านคัน โดยเป็นรถที่มีอายุ 10–20 ปีขึ้นไปจำนวนมาก โดยเฉพาะรถกระบะดีเซลรุ่นเก่าที่มีแนวโน้มปล่อยมลพิษสูงกว่ารถรุ่นใหม่

การนำรถเก่าออกจากระบบจึงเป็นเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันยังเป็นการช่วยเพิ่มกำลังซื้อและกระตุ้นตลาดรถกระบะที่กำลังเผชิญภาวะซบเซา ซึ่งปัญหาสำคัญของตลาด ในเวลานี้ไม่ได้อยู่ที่ผู้บริโภคไม่ต้องการรถใหม่เพียงอย่างเดียว แต่ยังติดเรื่องการขอสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น ผู้ซื้อจำนวนไม่น้อยมีความต้องการเปลี่ยนรถ แต่ไม่ผ่านการอนุมัติสินเชื่อ ทำให้ยอดขายรถกระบะยังฟื้นตัวได้ยาก

สำหรับโครงการรถเก่าแลกรถกระบะใหม่ ถือเป็นมาตรการที่พยายามแก้ปัญหาหลายด้านพร้อมกัน ทั้งลดรถเก่าที่ปล่อยมลพิษ กระตุ้นยอดขายรถกระบะ และสนับสนุนโรงงานผลิตรถยนต์ในประเทศ แต่สิ่งที่ต้องจับตาคือรายละเอียดการอนุมัติโครงการ เงินร่วมจ่ายจากค่ายรถยนต์ และเงื่อนไขสินเชื่อ เพราะส่วนลด 100,000 บาทเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ หากผู้ซื้อยังติดปัญหากู้ไม่ผ่าน

ทั้งนี้ โครงการยังอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณา ยังไม่ใช่มาตรการที่เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนหรือใช้สิทธิได้ทันที ต้องรอความเห็นชอบจากคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องและ ครม. ก่อน จึงจะมีความชัดเจนเรื่องวันเริ่มโครงการ และวิธีใช้สิทธิอย่างเป็นทางการ