BYD เตรียมเปิดสถานี FLASH CHARGING 1,500 kW ในไทย ทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท

ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยอาจกำลังเข้าสู่การแข่งขันอีกขั้น เมื่อ BYD ไม่ได้มองแค่การขายรถยนต์ไฟฟ้าอีกต่อไป แต่เริ่มขยับเกมมาที่โครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จไฟ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดอนาคตของตลาด EV ในระยะยาว

ประเด็นนี้เริ่มชัดเจนขึ้นหลังงานเปิดตัว NEW DENZA D9 เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ที่ผ่านมา ซึ่ง BYD ยืนยันถึงความตั้งใจที่จะลงทุนพัฒนาเครือข่ายสถานีชาร์จความเร็วสูง BYD FLASH CHARGING ในประเทศไทยอย่างจริงจัง โดยเทคโนโลยีดังกล่าวรองรับกำลังชาร์จสูงสุดถึง 1,500 kW

ความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจคือ มีการพบข้อมูลจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท บีวายดี แฟลช ชาร์จจิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ BYD FLASH CHARGING (THAILAND) CO., LTD. ด้วยทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าแผนธุรกิจสถานีชาร์จของ BYD ในไทยเริ่มมีการวางโครงสร้างอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว

BYD FLASH CHARGING (THAILAND) จดทะเบียนทุน 300 ล้านบาท

ข้อมูลจากเว็บไซต์ DataForThai ระบุว่า บริษัท บีวายดี แฟลช ชาร์จจิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ได้จดทะเบียนด้วยทุนถึง 300 ล้านบาท สำหรับวัตถุประสงค์ในการดำเนินธุรกิจ ครอบคลุมการให้บริการสถานีชาร์จไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในรูปแบบ Charging Point Operator รวมถึงการนำเข้า ติดตั้ง ทดสอบ และเดินระบบเครื่องชาร์จไฟฟ้า ตลอดจนอุปกรณ์และส่วนประกอบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทำให้เกิดการคาดการณ์ว่า BYD อาจมีแผนทำสถานีชาร์จเร็วเข้ามาในไทย ซึ่งถ้าทำได้ไทยก็จะเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่ได้ใช้

BYD FLASH CHARGING 1,500 kW ชาร์จ 10-70% เพียง 5 นาที ทำงานร่วม Blade Battery 2.0

BYD เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าด้วยระบบ FLASH CHARGING กำลังไฟสูงสุด 1,500 kW (1.5 เมกะวัตต์) รองรับกระแสไฟสูงสุด 1,000 A บนสถาปัตยกรรมแรงดันไฟฟ้า 1,000V สามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 10-70% ได้ภายในประมาณ 5 นาที และจาก 10-97% ใช้เวลาเพียง 9 นาที พร้อมเพิ่มระยะทางวิ่งได้ราว 400 กิโลเมตร

เทคโนโลยีนี้พัฒนาขึ้นเพื่อทำงานร่วมกับ Blade Battery 2.0 ซึ่ง BYD ระบุว่าปรับปรุงโครงสร้างแบตเตอรี่ให้มีความต้านทานภายในลดลง 50% ช่วยรองรับการรับพลังงานกำลังสูงได้ดียิ่งขึ้น

ด้านสถานีชาร์จออกแบบเป็นโครงสร้าง T-shaped Gantry พร้อมสายชาร์จ 2 เส้นห้อยลงในแนวดิ่ง ช่วยให้หยิบใช้งานสะดวกและลดปัญหาสายชาร์จสัมผัสพื้น ขณะที่ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวครอบคลุมทั้งแบตเตอรี่ สายชาร์จ และหัวชาร์จ เพื่อควบคุมอุณหภูมิระหว่างการชาร์จกำลังสูง อีกหนึ่งความสามารถที่ BYD นำเสนอคือการชาร์จในสภาพอากาศหนาวจัดที่ -30 องศาเซลเซียส โดยสามารถชาร์จจาก 20-97% ได้ภายในประมาณ 12 นาที อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นผลภายใต้เงื่อนไขการทดสอบที่กำหนด และต้องใช้กับรถยนต์ที่รองรับเทคโนโลยีนี้โดยเฉพาะ รถ EV ทั่วไปไม่สามารถรับกำลังไฟสูงสุด 1,500 kW ได้

สำหรับประเทศไทย หากนำระบบ FLASH CHARGING มาใช้งานจริง จำเป็นต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าและสถานีชาร์จกำลังสูงควบคู่กัน เพราะกำลังไฟระดับ 1.5 เมกะวัตต์มีข้อกำหนดแตกต่างจากสถานี DC ทั่วไปอย่างมาก

การพัฒนาครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า BYD ไม่ได้แข่งขันเพียงเรื่องระยะทางวิ่ง แต่กำลังยกระดับทั้งแบตเตอรี่ รถยนต์ และสถานีชาร์จ เพื่อทำให้การชาร์จรถ EV รวดเร็วและสะดวกใกล้เคียงกับการเติมน้ำมันมากขึ้น

จับตาแผนลงทุนจริง จำนวนสถานีและพื้นที่ให้บริการในไทย

แม้จะมีการยืนยันแนวทางการลงทุนและพบข้อมูลการจัดตั้งบริษัทในประเทศไทยแล้ว แต่รายละเอียดสำคัญยังต้องรอ BYD ประกาศอย่างเป็นทางการ ทั้งงบลงทุน จำนวนสถานี ทำเลที่ตั้ง กำลังชาร์จที่ติดตั้งจริง รวมถึงกำหนดการเริ่มเปิดให้บริการ

สำหรับความเคลื่อนไหวในระดับโลก BYD มีเครือข่ายสถานี FLASH CHARGING ในประเทศจีนแล้วประมาณ 10,000 แห่ง และเริ่มขยายเทคโนโลยีดังกล่าวออกไปยังตลาดต่างประเทศ ทั้งในแถบยุโรปและสหราชอาณาจักร สะท้อนให้เห็นว่า FLASH CHARGING ไม่ใช่เพียงเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเพื่อใช้กับรถยนต์รุ่นใดรุ่นหนึ่ง แต่เป็นส่วนหนึ่งของแผนขยายระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าของ BYD ในระยะยาว

สำหรับตลาดในประเทศไทย การขยับครั้งนี้มีความหมายมากกว่าการเพิ่มจำนวนสถานีชาร์จ เพราะเป็นการเปลี่ยนสนามแข่งขันจากเดิมที่ค่ายรถยนต์ต่าง ๆ แข่งกันเรื่องราคา ระยะทางวิ่ง และอุปกรณ์ภายในรถ มาเป็นการแข่งขันด้านโครงสร้างพื้นฐานพลังงานที่ต้องใช้เงินลงทุนและการวางแผนระยะยาว

การเปิดตัว NEW DENZA D9 ซึ่งชูเทคโนโลยี FLASH CHARGING ระดับ 1,500 kW จึงอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของแผนใหญ่ BYD ในประเทศไทย สุดท้ายแล้ว รถยนต์ที่ชาร์จเร็วแค่ไหนก็อาจยังไม่ใช่คำตอบทั้งหมด หากไม่มีสถานีที่รองรับเทคโนโลยีนั้นจริง และมีให้ใช้งานตามเส้นทางที่ผู้บริโภคต้องการ นี่จึงเป็นอีกเรื่องที่ต้องติดตามว่า BYD จะนำประสบการณ์จากเครือข่ายกว่า 10,000 สถานีในจีน มาต่อยอดในประเทศไทยได้เร็วและครอบคลุมแค่ไหน