NEW DENZA D9 ชาร์จ 9 นาที วิ่งไกล 730 กม. เริ่ม 2.199 ล้านบาท

ตลาดรถ MPV ไฟฟ้าระดับพรีเมียมในไทยมีคู่แข่งที่น่าจับตามองเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งรุ่น เมื่อ BYD ประเทศไทย และ RÊVER Automotive เปิดตัว NEW DENZA D9 ชูจุดขายเรื่องความหรูหรา พื้นที่โดยสาร 7 ที่นั่ง และเทคโนโลยีชาร์จไฟความเร็วสูงที่ถือเป็นไฮไลต์สำคัญของการปรับโฉมครั้งนี้

สำหรับการเปลี่ยนแปลงของ NEW DENZA D9 จะอยู่ที่แบตเตอรี่ และระบบไฟฟ้า โดย DENZA D9 ใหม่ มาพร้อม BYD 2nd Generation Blade Battery ความจุ 115 kWh ทำงานบนสถาปัตยกรรม 1000V รองรับเทคโนโลยี BYD FLASH TECHNOLOGY สามารถชาร์จจาก 10-70% ได้ภายใน 5 นาที และจาก 10-97% ใช้เวลาเพียง 9 นาที

ราคาจำหน่าย NEW DENZA D9

  • NEW DENZA D9 รุ่น Extended ราคา 2,199,900 บาท
  • NEW DENZA D9 รุ่น Performance AWD ราคา 2,599,900 บาท

โดยราคาพิเศษของ NEW DENZA D9 สำหรับลูกค้ารับรถล็อตแรกภายในปี 2569 ก่อนมีการปรับราคาจำหน่ายเพิ่มขึ้นในปี 2570 ตามโครงสร้างอัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้าใหม่

มาพร้อมการรับประกัน และ บริการหลังการขาย Rever Care โดย Rever Automotive ดังนี้
  • รับประกันตัวรถ Warranty นาน 8 ปี หรือ 160,000 กม.
  • รับประกันแบตเตอรี่ มอเตอร์ และ ชุดควบคุมมอเตอร์ ตลอดอายุการใช้งาน Lifetime Warranty
  • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ตลอด 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี
  • ฟรี ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 พร้อม พรบ. นาน 1 ปี
  • ฟรี สายต่อพ่วงอุปกรณ์ไฟฟ้า V2L
  • ฟรี สายชาร์จ AC Portable Charger
  • ฟรี พรมเข้ารูป กรอบป้าย ฟิล์มหน้าจอ
  • ฟรี ฟิล์มเซรามิค XUV MAX II รอบคัน
  • ฟรี Home Charger ยี่ห้อ ZHIDA พร้อมติดตั้ง


NEW DENZA D9 มี 2 รุ่น วิ่งไกลสุด 730 กม.

NEW DENZA D9 ใหม่จะมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ Extended ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD) และ Performance AWD ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ โดยทั้งสองรุ่นใช้แบตเตอรี่ขนาด 115 kWh เหมือนกัน แต่มีความแตกต่างด้านกำลังขับ และระยะทางวิ่ง รุ่น Extended ใช้มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 340kW แรงบิดสูงสุด 365 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 8.5 วินาที ระยะทางวิ่งสูงสุด 730 กม. ตามมาตรฐาน NEDC

ส่วนรุ่น Performance AWD ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ขับเคลื่อนสี่ล้อ ให้กำลังสูงสุด 410kW แรงบิดสูงสุด 445 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.3 วินาที และวิ่งได้ไกลสูงสุด 650 กม. ตามมาตรฐาน NEDC

มาพร้อม BYD 2nd Generation Blade Battery ความจุ 115 kWh ทำงานบนสถาปัตยกรรม 1000V รองรับเทคโนโลยี BYD FLASH TECHNOLOGY สามารถชาร์จไฟ DC Flash Charging รองรับสูงสุด 1,500 kW ชาร์จไฟจาก 10-70% ภายใน 5 นาที และจาก 10-97% ใช้เวลาเพียง 9 นาที รวมถึงรองรับการชาร์จไฟกระแสสลับ AC รองรับสูงสุด 11 kW พร้อมระบบจ่ายกระแสไฟฟ้าให้อุปกรณ์ภายนอก V2L สูงสุด 4 kW

ห้องโดยสาร 7 ที่นั่ง เน้นความสบายแบบ VIP

ส่วสจุดเด่นจุดขายของ DENZA D9 ยังคงเป็นห้องโดยสารขนาดใหญ่ มาพร้อมเบาะนั่งแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง (2-2-3) รุ่น Extended ติดตั้งเบาะแถวที่ 2 แบบ Zero Gravity ปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง พร้อมระบบนวด 10 จุด มีที่รองขาปรับไฟฟ้า ระบบระบายอากาศและระบบอุ่นเบาะ รวมถึงหน้าจอสัมผัส LCD ขนาด 5.5 นิ้วบริเวณที่เท้าแขน

ขณะที่รุ่น Performance AWD ยกระดับขึ้นไปอีกขั้นด้วยเบาะ Air SPA Zero-Gravity ปรับไฟฟ้า 14 ทิศทาง พร้อมระบบนวด 16 จุด หุ้มด้วยหนังแท้ Nappa ตกแต่งด้วยลายไม้แท้ White Ash และบุเพดานด้วยวัสดุหนังกลับ Premium Suede เบาะแถวที่ 3 ของทั้งสองรุ่นปรับเอนด้วยระบบไฟฟ้า 4 ทิศทาง และพับไฟฟ้าแบบ 60:40 ส่วนรุ่น Performance AWD เพิ่มระบบระบายอากาศและระบบอุ่นเบาะแถวที่ 3 มาให้ด้วย

ทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายขยายได้สูงสุด 2,436 ลิตร พร้อมช่องเก็บของใต้พื้นอีก 126 ลิตร สามารถรองรับกระเป๋าเดินทางขนาด 20 นิ้วได้สูงสุด 7 ใบ เรียกว่ารองรับการเดินทางของครอบครัวขนาดใหญ่ หรือการใช้งานรับรองแขกและผู้บริหารได้อย่างลงตัว

เพิ่มช่วงล่าง DiSus-C Dual-Valve ทุกรุ่น

ในด้านระบบช่วงล่างของ DENZA D9 ใหม่ ทั้ง 2 รุ่นย่อยจะได้รับการติกตั้งระบบกันสะเทือนอัจฉริยะ DiSus-C Dual-Valve แบบวาล์วคู่ เป็นชุดอุปกรณืมาตรฐาน โดยระบบดังกล่าวจะช่วยควบคุมการทำงานของช่วงล่างให้เหมาะสมกับสภาพการขับขี่

ซึ่งทาง BYD ระบุว่าระบบดังกล่าวช่วยลดอาการโคลงของตัวรถขณะเข้าโค้งลง 22% และลดอาการหน้าเชิดขณะเร่งความเร็วหรือท้ายยุบขณะเบรกลง 24% จุดนี้มีความสำคัญกับรถ MPV ขนาดใหญ่ เพราะความนุ่มนวลและการควบคุมอาการตัวถังส่งผลโดยตรงต่อความสบายของผู้โดยสาร โดยเฉพาะคนที่นั่งแถวที่ 2 และ 3

อัดแน่นอุปกรณ์ความบันเทิง และเทคโนโลยีความปลอดภัย

ภายในห้องโดยสารติดตั้งหน้าจอมัลติมีเดียส่วนกลางขนาด 15.6 นิ้ว หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ LCD ขนาด 10.25 นิ้ว ระบบเสียง DEVIALET พร้อมลำโพง 16 ตำแหน่ง ระบบสั่งงานด้วยเสียงอิสระ 6 โซน รองรับ Google Built-in และแท่นชาร์จสมาร์ตโฟนไร้สายกำลังไฟ 50W จำนวน 4 ตำแหน่ง

สำหรับรุ่น Performance AWD เพิ่มหน้าจอมัลติมีเดียสำหรับผู้โดยสารแถวที่ 2 ขนาด 12.8 นิ้ว จำนวน 2 จอ พร้อมกล้อง HD Webcam และหน้าจอแสดงข้อมูลบนกระจกบังลมหน้า W-HUD ขนาด 12 นิ้ว

ด้านความปลอดภัยติดตั้งถุงลมนิรภัย 9 ตำแหน่ง พร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS ระบบตรวจจับพฤติกรรมและความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ (DMS) ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) ระบบเตือนจุดอับสายตา (BSD) ระบบเตือนเมื่อเปิดประตู (DOW) รวมถึงระบบเตือนและเบรกอัตโนมัติเมื่อมีรถผ่านทางแยกด้านหน้า (FCTA/FCTB)

ส่วนรุ่น Performance AWD ยังเพิ่มระบบ Streaming Rearview Mirror และ AR-Projection สำหรับสั่งเปิดประตูสไลด์ไฟฟ้าและฝาท้ายอัตโนมัติด้วยท่าทางบริเวณพื้นรถ

ดีไซน์หรู พร้อมประตูสไลด์ไฟฟ้าสองด้าน

ด้านการงานออกแบบดีไซน์ NEW DENZA D9 ยังคงเอกลักษณ์ของรถ Large MPV ผ่านแนวคิดด้านหน้า π-Motion เส้นสายตัวถังเน้นความสง่างาม ไฟท้าย LED รูปทรงลูกศร และรายละเอียดด้านข้างที่ได้แรงบันดาลใจจากความพริ้วไหวของดาวตก

ตัวรถมาพร้อมประตูสไลด์ไฟฟ้าทั้งสองด้านและฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ส่วนรุ่น Performance AWD เพิ่มระบบ Dynamic Welcome Headlights และระบบ AR-Projection เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้าใช้งานรถ

สีตัวถังมีให้เลือก 4 สี ได้แก่ Whale Sea Blue, Arctic White, Quantum Black และ Titanium Grey โดยสี Whale Sea Blue เป็นสีเฉพาะรุ่น Performance AWD