BMW 740d และ M760e ใหม่ (ประกอบไทย) คาดราคาไม่เกิน 6.8 ล้านบาท

นอกเหนือจากที่ทาง บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ได้เปิดตัวประกาศราคาจำหน่าย BMW i7 50 xDrive M Sport ซีดานไฟฟ้าขนาดใหญ่รุ่นใหม่แล้ว ทางค่ายใบพัดฟ้า-ขาว BMW ประเทศไทย ยังได้ประกาศราคาคาดการณ์ของ BMW 740d xDrive M Sport และ BMW M760e xDrive M Sport ใหม่ (G70 LCI) โดยทั้งสองรุ่นตั้งเป้าราคาจำหน่ายไม่เกิน 6,800,000 บาท พร้อมผลิตในประเทศไทยที่โรงงาน BMW จังหวัดระยอง ถือเป็นอีกทางเลือกของลูกค้าที่ต้องการซีดานหรูขนาดใหญ่ แต่ยังเลือกขุมพลังได้ตามสไตล์การใช้งาน ทั้งดีเซล Mild Hybrid และปลั๊กอินไฮบริดสมรรถนะสูง

ราคาคาดการณ์ดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็กเกจ BSI Standard พร้อมการรับประกันตัวรถ 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และบริการบำรุงรักษาฟรี 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร ทั้งนี้ ราคาข้างต้นยังเป็นราคาคาดการณ์ ไม่ใช่ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

BMW ซีรีส์ 7 ใหม่ ปรับโฉมใหญ่ รับเทคโนโลยี Neue Klasse

BMW ซีรีส์ 7 ใหม่ นำแนวทางการออกแบบและนวัตกรรมดิจิทัลจากเจเนอเรชัน Neue Klasse มาสู่ซีดานระดับเรือธงของแบรนด์เป็นครั้งแรก จุดเปลี่ยนสำคัญไม่ได้อยู่แค่รูปลักษณ์ภายนอก แต่ยังรวมถึงระบบแสดงผลภายในห้องโดยสารและประสบการณ์การเดินทางของผู้โดยสารทุกตำแหน่ง

ด้านหน้าได้รับการออกแบบใหม่ พร้อมกระจังหน้า BMW kidney Iconic Glow และไฟหน้า Crystal ที่เน้นความหรูหรา เส้นสายตัวถังด้านข้างดูสะอาดตาและคมชัดขึ้น ใช้มือจับประตูดีไซน์ใหม่พร้อมระบบ Soft Close ขณะที่ระบบCeremonial Access เพิ่มความพิเศษด้วยพรมแสงไฟแบบไดนามิกและชุดตกแต่ง Illuminated M Door Sills ส่วนด้านท้ายติดตั้งไฟท้ายดีไซน์ใหม่ที่ช่วยให้ตัวรถดูทันสมัยยิ่งขึ้น

ด้าน BMW 740d xDrive M Sport มาพร้อมชุดแต่ง M Sport รอบคัน พร้อมทั้งได้รับคาลิเปอร์เบรก M Sport สีน้ำเงินเข้มเมทัลลิก ส่วน BMW M760e xDrive เพิ่มความเข้มด้วยชุดแต่ง M Sport package Pro ไฟหน้า M Lights Shadowline และคาลิเปอร์เบรก M Sport สีดำเงา

ห้องโดยสารดิจิทัลเต็มรูปแบบ พร้อมจอ 8K สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง

ภายในห้องโดยสารเป็นอีกจุดที่ BMW ยกระดับอย่างชัดเจน ด้วยระบบ BMW Panoramic iDrive ทำงานบนระบบปฏิบัติการ BMW Operating System X ประกอบด้วยหน้าจอกลาง Central Display แบบลอยตัว ระบบ BMW Panoramic Vision ที่แสดงข้อมูลตลอดแนวด้านหน้ารถ และ BMW 3D Head-Up Display ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่รับรู้ข้อมูลสำคัญได้สะดวกขึ้น

พร้อมยังได้รับการติดตั้งหน้าจอ BMW Passenger Screen ขนาด 14.6 นิ้วเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ที่รองรับความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารเบาะหน้า พร้อมพวงมาลัยหนังแบบ M, กระจกมองหลังดิจิทัล Digital Interior Mirror, แถบไฟ Phygital ที่เปลี่ยนสีตามโหมดการทำงาน, ช่องแอร์ระบบไฟฟ้า, ชุดตกแต่ง BMW Individual CraftedClarity และแท่นชาร์จสมาร์ทโฟนไร้สาย

สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ไฮไลต์อยู่ที่ BMW Theatre Screen ขนาด 31.3 นิ้ว ความละเอียดระดับ 8K ซึ่งเลื่อนลงมาจากเพดานหลังคาได้ รองรับทั้งการชมภาพยนตร์ สตรีมคอนเทนต์ เล่นเกม และประชุมทางไกลผ่านวิดีโอ จับคู่กับระบบเสียงเซอร์ราวด์ Bowers & Wilkins

ในรุ่น M760e xDrive ยังยกระดับระบบเสียงเป็น Bowers & Wilkins Diamond รองรับ Dolby Atmos พร้อมระบบเสียง 4D ผ่านลำโพงในพนักพิงเบาะหลัง ให้กำลังขับรวมสูงสุด 1,965 วัตต์ จากลำโพงทั้งหมด 35 ตัว

นอกจากนั้นความสะดวกสบายยังครอบคลุมถึงเบาะนั่ง และคอนโซลหลังแบบ Executive Lounge ฟังก์ชันปรับเบาะเอน Relax Position,หลังคากระจก Panorama Sky Lounge, ระบบไฟภายในห้องโดยสาร และช่องปรับอากาศบริเวณเสา B ที่ออกแบบใหม่ ทั้งหมดนี้ทำให้ซีรีส์ 7 ยังคงวางตำแหน่งเป็นรถที่ให้ความสำคัญกับผู้โดยสารด้านหลังไม่แพ้ผู้ขับขี่

BMW M760e xDrive PHEV กำลังรวม 612 แรงม้า

BMW M760e xDrive M Sport ใช้ระบบปลั๊กอินไฮบริด ประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบเรียง BMW TwinPower Turbo ขนาด 3.0 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าและเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ Steptronic Sport ให้กำลังรวมสูงสุด 450kW หรือ 612 แรงม้า แรงบิดรวมสูงสุด 800 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายในเวลา 4.1 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. ขณะที่แบตเตอรี่แรงดันสูงความจุ 22.1 kWh รองรับการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าระยะทาง 69-80 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP

รุ่นนี้ยังได้รับการติดตั้งระบบช่วงล่าง Adaptive M Chassis Control Professional เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน เพื่อเพิ่มทั้งความคล่องตัวในการควบคุม และความสบายระหว่างเดินทาง เหมาะกับผู้ที่ต้องการรถซีดานขนาดใหญ่ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าได้ในระยะทางหนึ่ง และยังมีพละกำลังสำรองสำหรับการเดินทางไกล

BMW 740d xDrive M Sport ดีเซล 3.0 ลิตร 313 แรงม้า

ส่วน BMW 740d xDrive M Sport เลือกใช้เครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ BMW TwinPower Turbo ขนาด 3.0 ลิตร ทำงานร่วมกับระบบ Mild Hybrid 48 โวลต์ พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ Steptronic Sport ให้กำลังรวมสูงสุด 230 kW หรือ 313 แรงม้า และแรงบิดรวมสูงสุด 670 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. อยู่ที่ 5.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. ซึ่งจุดเด่นของรุ่้นนี้จึงอยู่ที่แรงบิดสำหรับการเดินทาง และการขับขี่ทางไกล โดยไม่ต้องเปลี่ยนไปใช้ระบบปลั๊กอินไฮบริดเหมือน M760e ทั้งนี้
BMW ซีรีส์ 7 ใหม่ ทั้งสองรุ่นจะได้รับติดตั้งระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ BMW xDrive เป็นชุดอุปกรณ์มาตรฐาน

สีตัวถังและห้องโดยสาร BMW Individual Merino

BMW M760e xDrive M Sport มีสีตัวถังให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีขาว Mineral White Metallic, สีดำ Black Sapphire Metallic, สีเทา Dravit Grey Metallic และสีเทา Brooklyn Grey Metallic โดยจับคู่กับห้องโดยสารสีน้ำตาล Mocha หรือสีดำ Black

สำหรับ BMW 740d xDrive M Sport ก็มีให้เลือก 4 สีเช่นกัน ได้แก่ สีขาว Mineral White Metallic, สีดำ Black Sapphire Metallic, สีเทา Dravit Grey Metallic และ สีเทา Oxide Grey Metallic พร้อมเบาะหนัง BMW Individual Merino โดยมีตัวเลือกห้องโดยสารสีน้ำตาล Mocha หรือสีดำ Black

ทั้งนี้การนำ BMW ซีรีส์ 7 ใหม่มาผลิตในประเทศไทยทั้งรุ่นดีเซล และปลั๊กอินไฮบริด พร้อมตั้งราคาคาดการณ์ไม่เกิน 6.8 ล้านบาทเท่ากัน ถือเป็นประเด็นที่น่าจับตา เพราะเปิดทางให้ลูกค้าเลือกระหว่างความคุ้นเคยของเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ กับสมรรถนะ 612 แรงม้าของระบบ PHEV โดยไม่ต้องขยับไปสู่ระดับราคาที่สูงกว่าตามความแตกต่างของขุมพลัง

อย่างไรก็ตามต้องรอติดตามราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ และรายละเอียดอุปกรณ์ของรถเวอร์ชันไทยอีกครั้ง โดยคาดว่าทั้ง BMW 740d และ M760e ใหม่ จะถูกเปิดตัวอย่าง และประกาศราคาอย่างเป็นทางการอีกครั้งที่ ภายในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43 ระหว่างวันที่ 2-13 ธันวาคม 2569 นี้ ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี