Search
Close this search box.

Toyota, Mazda, Subaru จับมือพัฒนาเครื่องยนต์สันดาปเจเนอเรชั่นใหม่

3 บริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นมุ่งมั่นที่จะพัฒนาเครื่องยนต์สันดาปด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานร่วมกับมอเตอร์ แบตเตอรี่โดยคำนึงถึงเชื้อเพลิงทางเลือกแบบไฮบริด และพยายามที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนในรถยนต์ ICE ให้ได้มากที่สุด

ทั้งสามบริษัทมีแนวคิดร่วมกันว่าพวกเขาจะเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องยนต์ที่มีมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ ซึ่งขัดแย้งกับแนวโน้มของแบรนด์ต่างๆ ที่เปลี่ยนมาใช้กลุ่มผลิตภัณฑ์ EV เพียงเท่านั้น
โดยทั้งสามแบรนด์กล่าวว่าการตัดสินใจได้รับแรงผลักดันจากไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของลูกค้า

เครื่องยนต์ไฮบริดใหม่จะไม่ใช้เชื้อเพลิงเบนซินเพียงอย่างเดียว เนื่องจาก Mazda, Subaru และ Toyota จะใช้เชื้อเพลิงทางเลือกเป็นหลัก เช่น เชื้อเพลิงชีวภาพ เชื้อเพลิงอิเล็กทรอนิกส์สังเคราะห์ และไฮโดรเจน ในขณะเดียวกันก็ปฏิบัติตามกฎระเบียบการปล่อยมลพิษที่เข้มงวดมากขึ้น

แม้จะมีการประกาศนี้ แต่ Toyota ยังคงสนับสนุน EV อย่างหนัก และตั้งเป้าที่จะเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าใหม่อย่างน้อย 30 รุ่นภายในปี 2573 โดยมีเป้าหมายขายรถยนต์ไฟฟ้า 3.5 ล้านคันทั่วโลกในแต่ละปี

คำแถลงจาก CEO

อัตสึชิ โอซากิ ประธานและ CEOของ Subaru กล่าวว่า “การพัฒนาระบบส่งกำลังที่สะอาดและมีประสิทธิภาพถือเป็นความท้าทายที่อุตสาหกรรมและสังคมโดยรวมของญี่ปุ่นต้องดำเนินการ ขณะที่เราปรับปรุงเทคโนโลยีการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง เราจะปรับปรุงเครื่องยนต์โดยมีเป้าหมายเพื่อใช้เชื้อเพลิงที่เป็นกลางต่อคาร์บอนในอนาคต ทั้งนี้ทั้งสามบริษัทมีปณิธานเดียวกันว่าจะเดินหน้าแสวงหาความเป็นเลิศที่ยั่งยืนในการผลิตรถยนต์ของญี่ปุ่นต่อไป”

โคจิ ซาโต ประธานและ CEO ของ Toyota กล่าวเสริมว่า “เพื่อให้ลูกค้าของเรามีทางเลือกที่หลากหลายเพื่อให้บรรลุถึงความเป็นกลางทางคาร์บอน จำเป็นต้องรับมือกับความท้าทายของเครื่องยนต์ที่กำลังพัฒนาซึ่งสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมด้านพลังงานแห่งอนาคต บริษัททั้งสามซึ่งมีแรงบันดาลใจเหมือนกัน จะปรับปรุงเทคโนโลยีเครื่องยนต์ผ่านการแข่งขันที่เป็นมิตร”

Masahiro Moro ประธานและ CEO ของ Mazda กล่าวว่า “เราจะยังคงนำเสนอรถยนต์ที่น่าตื่นเต้นแก่ลูกค้าต่อไปโดยพัฒนาเครื่องยนต์สันดาปภายในสำหรับยุคการใช้พลังงานไฟฟ้า และขยายความเป็นไปได้หลายเส้นทางเพื่อให้ความเป้าหมายที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน มาสด้าจะยังคงพัฒนาเทคโนโลยีต่อไปผ่านการร่วมสร้างสรรค์ที่สามารถช่วยเหลือสังคมในวงกว้างได้”

ข้อมูลจาก Carscoop, Carsales au