Lexus เปิดตัว “The All-New Lexus ES” ยนตรกรรมซีดานหรู Experience Elegant and Electrified Sedan นิยามใหม่แห่งความเหนือระดับ

The All-New Lexus ES ตำนานแห่งความสง่างาม สู่อนาคตแห่งยนตรกรรมหรู
เลกซัส ES (Executive Sedan) คือ ยนตรกรรมซีดานหรูขนาดกลาง ซึ่งเลกซัส ES รุ่นแรกถือกำเนิดขึ้นพร้อมเปิดตัวแบรนด์เลกซัสคู่กับเลกซัส LS เมื่อปีพ.ศ. 2532 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา นับจากนั้นมา เลกซัส ES ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง จากความโดดเด่นด้านความนุ่มนวลในการขับขี่และความเงียบภายในห้องโดยสาร และพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวาง และกลายเป็น DNA สำคัญที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน

สำหรับประเทศไทย ได้เริ่มทำการแนะนำเลกซัส ES เป็นครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ. 2537 ซึ่งได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง ด้วยการเป็นรถซีดานหรู โดดเด่นด้านความสะดวกสบายเหนือระดับและความประณีตพิถีพิถันในทุกรายละเอียด ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา มีกลุ่มผู้ชื่นชอบและมอบความไว้วางใจให้กับยานยนต์ที่มาพร้อมความหรูหราสง่างาม อีกทั้งนี้รถรุ่นนี้ยังเป็นที่รักในกลุ่มผู้บริหารชาวไทย

The All-New Lexus ES ภายใต้แนวคิด “Experience Elegant and Electrified Sedan”
นายศุภกร รัตนวราหะ แนะนำเลกซัส ES ใหม่ “ The All-New Lexus ES เจเนอเรชันที่ 8 ได้รับการออกแบบและพัฒนาใหม่ทั้งหมด สะท้อนวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนแห่งอนาคตของ Lexus ได้อย่างชัดเจน โดยเป็นทั้งรถยนต์ไฟฟ้า BEV รุ่นที่ 2 ของ Lexus และรถซีดาน BEV รุ่นแรกของแบรนด์ ภายใต้แนวคิด“Experience Elegant and Electrified Sedan” นิยามใหม่แห่งความเหนือระดับ ซึ่งผสานความสง่างาม เทคโนโลยีล้ำสมัย และสมรรถนะการขับขี่ไว้ด้วยกันอย่างลงตัว มาพร้อม 5 จุดเด่นสำคัญ ได้แก่

1. “การออกแบบที่สะท้อนความสง่างามร่วมสมัย” (Distinctive Elegant Design): The All-New Lexus ES โดดเด่นด้วยงานออกแบบใหม่ที่สะท้อนความสง่างามในแบบร่วมสมัย กับ ดีไซน์ Spindle Body เจเนอเรชันใหม่ ไฟหน้า Twin L Signature Lamp และไฟท้าย Slim Light Bar ขณะที่ห้องโดยสารถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Clean Tech and Elegant มอบบรรยากาศที่หรูหรา โปร่งสบาย และตอบโจทย์ทุกประสาทสัมผัสตามแบบฉบับ Lexus
2. “ทางเลือกของระบบขับเคลื่อนที่หลากหลาย” (Choice of Powertrain) : The All-New Lexus ES มาพร้อมทางเลือกทั้งระบบ Hybrid 2.5 ลิตร เจเนอเรชันใหม่และระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า BEV ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าพร้อมสะท้อนแนวทาง Multi-Pathway Strategy ของ Lexus ในการเดินหน้าสู่ความยั่งยืน ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะ แบตเตอรี่ไฟฟ้าของรถทุกคัน จะมีการกำจัดอย่างถูกต้อง ผ่านบริษัทที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน
3. “เทคโนโลยีล้ำสมัยเหนือระดับ” (State-of-the-Art Technology) : ภายในอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย ไม่ว่าจะเป็น Hidden Switches ระบบ Electro-Shiftmatic ระบบ Multimedia เจเนอเรชันใหม่รวมถึงเครื่องเสียง Mark Levinson™ ที่ช่วยยกระดับประสบการณ์ตลอดการเดินทาง
4. “ความปลอดภัยอัจฉริยะ” (Advance Safety) : Lexus Safety System+ 4.0 ที่ช่วยเสริมความปลอดภัยและความมั่นใจในทุกเส้นทาง ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยล่าสุดของ Lexus
5. “สมรรถนะการขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ” (Perfectly Balanced Performance) : The All-New Lexus ES ยังคงรักษาเอกลักษณ์ Lexus Driving Signature ไว้อย่างครบถ้วน ด้วยการตอบสนองที่นุ่มนวล มั่นใจ และสนุกในการขับขี่ พร้อมมอบสมดุลที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้บริหารยุคใหม่

The All-New Lexus ES กับกลยุทธ์การตลาดยุคใหม่ เชื่อมต่อประสบการณ์ลูกค้าทุกมิติ
นายศุภกร กล่าวเพิ่มเติมว่า “ สำหรับการเปิดตัว The All-New Lexus ES ในครั้งนี้ เลกซัสใช้แนวคิดการสื่อสาร “Statement Made” นิยามใหม่แห่งความเหนือระดับ เพราะเราเชื่อว่าความหรูหราที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงสิ่งที่มองเห็น แต่เป็นความมั่นใจ และรสนิยมที่สะท้อนออกมาอย่างมีระดับ โดยจะขับเคลื่อนการสื่อสารผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ สื่อดิจิทัล พันธมิตรทางธุรกิจ รวมถึง Friends of Lexus เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์และคุณค่าของ All NEW LEXUS ES ไปยังกลุ่มลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับลูกค้าที่สนใจ The All-New Lexus ES ขอเชิญทุกท่าน มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ใหม่ Lexus Electrified Roadshow ณ สเฟียร์แกลอรี่ 2 ชั้น 2 ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ ระหว่างวันที่ 14–16 สิงหาคม 2569 และขอเชิญร่วมงาน Showroom Roadshow ที่โชว์รูมเลกซัสอย่างเป็นทางการทั้ง 3 แห่ง ระหว่างวันที่ 21-23 สิงหาคม 2569 ภายในงานลูกค้าสามารถทดลองขับและสัมผัสความแตกต่างของ The All-New Lexus ES ได้ด้วยตนเอง”

The All-New Lexus ES มาพร้อมทางเลือก 2 ขุมพลัง ระบบ Hybrid 2.5 ลิตร เจเนอเรชันใหม่และระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า BEV พร้อมตัวเลือกสีภายนอก-ภายใน โดยมีราคาอย่างเป็นทางการดังนี้

The All-New Lexus ES
ES 350e Premium ราคา 3,290,000 บาท
ES 350h Grand Luxury ราคา 3,890,000 บาท

พัฒนาบน GA-K (Global Architecture – K) รองรับ Multi-pathway Powertrain ได้รับการพัฒนาให้มีโครงสร้างแข็งแรงขึ้น รองรับทั้งระบบขับเคลื่อน Hybrid และ Battery EV พร้อมปรับปรุงการกระจายน้ำหนัก ช่วงล่าง และการลดเสียงรบกวน ผลลัพธ์คือการขับขี่ที่นุ่มนวล เงียบ มั่นคง และตอบสนองได้แม่นยำยิ่งขึ้น ซึ่งสะท้อนเอกลักษณ์ Lexus Driving Signature ได้อย่างชัดเจน มิติตัวรถยาว 5,140 (+165 มิลลิเมตรเทียบจากรุ่นเดิม) กว้าง 1,920 (+55 มิลลิเมตรเทียบจากรุ่นเดิม) สูง 1,555 - 1,560* (+110 – 115* มิลลิเมตรเทียบจากรุ่นเดิม) *สำหรับรุ่น ES350e

ES350h Grand Luxury (HEV)
เครื่องยนต์เบนซิน-ไฮบริด A25A-FXS 2.5 ลิตร เจเนอเรชันที่ 6 ขับเคลื่อนล้อหน้า ให้กำลังสูงสุด 247 แรงม้า (PS) แบตเตอรี่ไฮบริด Li-ion ระบายความร้อนด้วยอากาศอัตราบริโภคน้ำมัน 22.72 กิโลเมตร/ลิตร* (*อ้างอิงจาก ECO Sticker)

NEW! มือเปิดประตู Semi-Flush door handle
NEW! ดีไซน์ไฟหน้าแบบ Twin L Signature Lamp
NEW! ไฟท้าย Slim light bar ดีไซน์ พร้อมโลโก้ท้ายสัญลักษณ์ “LEXUS”
NEW! ล้อแม็กซ์อัลลอยขนาด 19 นิ้ว พร้อมฝาครอบ Twin Fin Shape ช่วยเพิ่ม Aerodynamic Performance และ Brake Cooling performance

NEW! ดีไซน์ภายนอกแบบ Spindle Body
NEW! มือเปิดประตู Semi-Flush door handle
NEW! ดีไซน์ไฟหน้าแบบ Twin L Signature Lamp
NEW! ไฟท้าย Slim light bar ดีไซน์ พร้อมโลโก้ท้ายสัญลักษณ์ “LEXUS”
NEW! ล้อแม็กซ์อัลลอยขนาด 19 นิ้ว พร้อมฝาครอบ Twin Fin Shape ช่วยเพิ่ม Aerodynamic Performance และ Brake Cooling performance
NEW! หลังคากระจก Panoramic Roof
NEW! เบาะคู่หน้าแบบ Slim Profile ดีไซน์
NEW! ไฟส่องสว่างแบบ Dynamic Color ภายในปรับได้ 50 สี 14 ธีม
NEW! วัสดุตกแต่งคอนโซล Micro Geometric
NEW! แผงประตูหนังสังเคราะห์ปั้มแบบลาย (Synthetic Leather Embossing)
NEW! พวงมาลัยดีไซน์แบบ 3 – Spoke type
NEW! สวิตช์แบบ Responsive Hidden Switches
NEW! หน้าจอ MID แบบ Full Digital ขนาด 12.3 นิ้ว พร้อมทั้ง HUD แบบสี
NEW! คันเกียร์ไฟฟ้า Electro-Shiftmatic แบบ single-direction operation
NEW! หน้าจอสัมผัสขนาด 14 นิ้ว และรองรับ Apple Wireless CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย
NEW! เครื่องเสียง Mark Levinson Surround Sound System 17 ตำแหน่ง

ดีไซน์ภายนอก
NEW! ดีไซน์ภายนอกแบบ Spindle Body
NEW! มือเปิดประตู Semi-Flush door handle
NEW! ดีไซน์ไฟหน้าแบบ Twin L Signature Lamp
NEW! ไฟท้าย Slim light bar ดีไซน์ พร้อมโลโก้ท้ายสัญลักษณ์ “LEXUS”
NEW! ล้อแม็กซ์อัลลอยขนาด 19 นิ้ว พร้อมฝาครอบ Twin Fin Shape ช่วยเพิ่ม Aerodynamic Performance และ Brake Cooling performance
NEW! หลังคากระจก Panoramic Roof

ดีไซน์ภายใน และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายใน
NEW! เบาะคู่หน้าแบบ Slim Profile ดีไซน์
NEW! ไฟส่องสว่างแบบ Dynamic Color ภายในปรับได้ 50 สี 14 ธีม
NEW! วัสดุตกแต่งคอนโซล Micro Geometric
NEW! แผงประตูหนังสังเคราะห์ปั้มแบบลาย (Synthetic Leather Embossing)
NEW! พวงมาลัยดีไซน์แบบ 3 – Spoke type
NEW! สวิตช์แบบ Responsive Hidden Switches
NEW! หน้าจอ MID แบบ Full Digital ขนาด 12.3 นิ้ว พร้อมทั้ง HUD แบบสี
NEW! คันเกียร์ไฟฟ้า Electro-Shiftmatic แบบ single-direction operation
NEW! หน้าจอสัมผัสขนาด 14 นิ้ว และรองรับ Apple Wireless CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย
NEW! เครื่องเสียง Mark Levinson Surround
Sound System 17 ตำแหน่ง

ระบบความปลอดภัยที่ครบครัน
NEW! ระบบความปลอดภัย Lexus Safety System +4.0 (LSS+4.0)
ยกระดับ! ระบบควบคุมความเร็วแปรผันอัจฉริยะถึงจุดหยุดนิ่ง All-Speed Adaptive Cruise Control
ยกระดับ! ระบบป้องกันก่อนการชน PCS (Pre-Collision System)
ยกระดับ! ระบบช่วยเตือนรถออกนอกเลน LDA (Lane Departure Alert)
ยกระดับ! ระบบช่วยควบคุมให้อยู่ในเลน LTA (Lane Tracing Assist)
NEW! ระบบช่วยบังคับเลี้ยวฉุกเฉิน ESA (Emergency Steering Assist with Active Support)
NEW! ระบบแจ้งเตือนป้ายจราจร RSA (Road Sign Assist)
NEW! ระบบแจ้งเตือนการเคลื่อนไหวของจราจร TMN (Traffic Movement Notification)

ES350e Premium (BEV)
มาพร้อมมอเตอร์ 2XM ขับเคลื่อนล้อหน้า ให้กำลังสูงสุด 224 แรงม้า (PS) แบตเตอรี่ไฟฟ้าแรงดันสูงความจุขนาด 76.96 กิโลวัตต์ชั่วโมง พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยน้ำให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 620 กิโลเมตร / ชาร์จ (NEDC) พร้อมกับระบบชาร์จไฟฟ้า AC 22kW และ DC 150kW สร้างความมั่นใจ และอุ่นใจตลาดการขับขี่ อัตราบริโภคพลังงาน 137 วัตต์/กิโลเมตร* (*อ้างอิงจาก ECO Sticker)

NEW! ไฟหน้าแบบ High-Definition LED พร้อมระบบ Adaptive High-beam System แบบ High Definition
NEW! กระจกผู้โดยสารตอนหน้าและหลังแบบ Acoustic Glass
NEW! แผงประตูตกแต่งลายไม้ Bamboo Layering พร้อม Surface Emitting Ornamentation
NEW! ประตูแบบ Soft Close
วัสดุหุ้มเบาะแบบ Semi-Aniline
เบาะผู้ขับขี่ปรับ 10 ทิศทาง
เบาะผู้โดยสารตอนหน้าพร้อมฟังก์ชันจดจำตำแหน่ง 3 ตำแหน่ง
ระบบเบาะดันหลังไฟฟ้าสำหรับเบาะตอนหน้าแบบ 4 ทิศทาง
แท่นชาร์จไร้สาย 2 ตำแหน่ง
ระบบช่วงล่างแปรผัน AVS (Adaptive Variable Suspension)

มี 7 สีภายนอก
-NEW! SOU (อ่านว่า “โซ”)
-White Nova Glass Flake
-Graphite Black Glass Flake
-Sonic Chrome
-Sonic Iridium
-Sonic Titanium
-Sonic Copper

ภายใน 2 สี
-Hazel
-Black

After-sales Service
-ฟรีค่าแรงเช็กระยะ 1,000 กิโลเมตร ถึง 50,000 กิโลเมตร
-รับประกันคุณภาพรถยนต์ 4 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
-รับประกันระบบแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (สำหรับรุ่นไฮบริด)
-รับประกันแบตเตอรี่ไฟฟ้า 8 ปี / 160,000 กิโลเมตร พร้อมรับประกันกรณีแบตเสื่อมสภาพต่ำกว่า 70% (สำหรับรุ่นไฟฟ้า)

Promotion Campaign แคมเปญพิเศษ ซื้อรถช่วงเปิดตัวตั้งแต่วันที่ 13 – 31 สิงหาคม 2569 รับฟรี!! แพ็คเกจซ่อมบำรุง Lexus Exclusive Package (LXP) แบบ Standard (มูลค่า 50,000 บาท)
-ฟรีค่าแรงเช็กระยะเพิ่มเติม จาก 60,000 กิโลเมตร ถึง 100,000 กิโลเมตร หรือ 5 ปี (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
-ขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์เป็น 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
-บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ตลอด 5 ปี

Showroom Launch
พร้อมสัมผัส และทดลองขับ The All-New Lexus ES ได้ที่ผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั้ง 3 แห่ง ระหว่างวันที่ 21 – 23 สิงหาคม 2569
-เลกซัส กรุงเทพ (พระราม 9) โทร. 02-716 – 8999
-เลกซัส รามอินทรา โทร. 02-521-1111
-เลกซัส วิภาวดี โทร. 02-260-8123
เพียงทดลองขับในงาน รับฟรี!! Lexus Magsafe Wallet มูลค่า 1,000 บาท จำนวนจำกัด

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเลกซัสได้ผ่านช่องทางออนไลน์
Official Account : Lexus Thailand และบนเว็บไซต์ www.lexus.co.th
รวมถึงช่องทาง LINE Official Account: @lexusthailand

เพื่อรับสิทธิพิเศษและข้อมูลข่าวสารจากเลกซัสได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น