Search
Close this search box.

ซูซูกิ ประกาศปิดโรงงานผลิตรถยนต์ในไทยสิ้นปี 2568 พร้อมเยียวยาพนักงาน 800 คน

Suzuki Motor(ประเทศไทย) หรือ SMT แจ้งยุติการดำเนินการผลิตที่โรงงานผลิตรถยนต์ในประเทศไทยในสิ้นปี 2568 โดยจะมีการปรับแผนธุรกิจเป็นการนำเข้ารถยนต์จากโรงงานในภูมิภาคแถบอาเซียน รวมถึงประเทศญี่ปุ่น และประเทศอินเดีย ส่วนพนักงานโรงงานผลิตรถยนต์ซูซูกิในประเทศไทยประมาณ 800 คน บริษัทพร้อมเยี่ยวยาให้ดีที่สุด และมากกว่ากฎหมายแรงงานกำหนด

ซูซูกิ มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น มีประกาศถึงการตัดสินใจยุติการผลิตที่โรงงานผลิตรถยนต์ของบริษัทในเครือในประเทศไทย “บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด” (ซึ่งต่อไปนี้จะถูกเรียกว่า SMT) ภายในช่วงสิ้นปี พ.ศ.2568 โดยการ ตัดสินใจในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการทบทวนโครงสร้างการผลิตของซูซูกิทั่วโลก

ตามที่รัฐบาลไทยได้มีการส่งเสริมการลงทุนรถยนต์อีโคคาร์ตั้งแต่ปี พ.ศ.2550 ในเวลาดังกล่าวชูซูกิได้สมัครเข้าร่วมโครงการและก่อตั้ง SMT ขึ้นในปี พ.ศ.2554 ซึ่งหลังจากที่ได้รับการอนุมัติจึงได้มีการเริ่มดำเนินการผลิตขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2555 เป็นต้นมา โดยสามารถผลิตและส่งออกได้มากถึง 60,000 คันต่อปี ทั้งนี้ ด้วยการส่งเสริมความเป็นกลางทางคาร์บอนและการใช้ยานยนต์พลังงานไฟฟ้าของทั่วโลก ซูซูกิได้มีการพิจารณาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในระดับโลก จึงได้ตัดสินใจยุติการดำเนินการของโรงงาน SMT ภายในช่วงสิ้นปี พ.ศ.2568 นี้

แม้จะมีการยุติการดำเนินการของโรงงานในประเทศไทย แต่ SMT จะยังคงมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจในการจำหน่ายและให้บริการหลังการขาย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าชาวไทยต่อไป ซึ่งจะมีการปรับแผนธุรกิจเป็นการนำเข้ารถยนต์จากโรงงานใน ภูมิภาคแถบอาเซียน รวมถึงประเทศญี่ปุ่นและประเทศอินเดีย

นอกจากนี้เพื่อเป็นการสนับสนุนและให้สอดคล้องในการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนตามนโยบายของภาครัฐ บริษัทฯจะมีการแนะนำรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นต่างๆ รวมถึง HEVS เข้าสู่ตลาดในอนาคตด้วยเช่นกัน

ภาพรวมของบริษัท
ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ก่อตั้ง ขึ้นในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2554 โดยเริ่มทำการผลิตในเดือน มีนาคม พ.ศ. 2555 สถานที่ตั้งโรงงาน อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง

รุ่นที่ทำการผลิตจะมี Swift, Ciaz, Celerio
ยอดการผลิต (ปีงบประมาณ 2566) 7,579 คัน และยอดขาย (ปีงบประมาณ 2566) 10,807 คัน (ภายในประเทศไทย) 1,272 คัน (ส่งออก)

สำหรับพนักงานโรงงานผลิตรถยนต์ซูซูกิในประเทศไทยนั้น ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 800 คน บริษัทฯ พร้อมที่จะดูแลตามเงื่อนไงของกฎหมายแรงงาน และอยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อเร่งหามาตรการเยี่ยวยาพนักงานให้ดีที่สุดและมากกว่ากฎหมายแรงงานกำหนด