ปอร์เช่ ประเทศไทย พร้อมถ่ายทอดจิตวิญญาณของ “Porsche. There is no substitute.” สู่เวทีบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม ถึง 5 เมษายนนี้ ณ บูธ A17 เพื่อร่วมสัมผัสยนตรกรรมของปอร์เช่อย่างเต็มรูปแบบ ไฮไลต์สำคัญของปีนี้คือการเปิดตัว คาเยนน์ อิเล็กทริค ใหม่ (The new Cayenne Electric) ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นำโดยคาเยนน์ เทอร์โบ อิเล็กทริค (Cayenne Turbo Electric) ที่ได้สร้างมาตรฐานใหม่ในฐานะรถยนต์สายการผลิตที่ทรงพลังที่สุดของปอร์เช่ ด้วยกำลังสูงสุดถึง 850 กิโลวัตต์ (1,156 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุด 1,500 นิวตันเมตร โดยทางเลือกขุมพลังของคาเยนน์ทั้ง 3 ระบบขับเคลื่อน ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการนำเสนอความหลากหลายของยนตรกรรมปอร์เช่ และการเปิดตัวผลงาน “Porsche. There is no substitute.” เป็นครั้งแรก ถ่ายทอดเรื่องราวผ่าน 5 บุคคลชาวไทยที่สะท้อนจิตวิญญาณของปอร์เช่ในหลากหลายมิติ พร้อมด้วยข้อเสนอพิเศษภายในงานสำหรับหลากหลายรุ่น ปอร์เช่ ประเทศไทย ขอเชิญทุกท่านร่วมสัมผัสสมรรถนะ เทคโนโลยี และการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์อย่างใกล้ชิด
ปอร์เช่ ประเทศไทย พร้อมสร้างความเร้าใจบนเวทีบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ที่จะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม ถึง 5 เมษายน 2569 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 เมืองทองธานี ด้วยการเปิดตัวรถยนต์เอสยูวีไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบรุ่นล่าสุด ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยจัดแสดงคาเยนน์ เทอร์โบ อิเล็กทริค (Cayenne Turbo Electric) พร้อมด้วยรุ่นในตระกูลเดียวกันอย่าง คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ (Cayenne S E-Hybrid Coupé) รุ่นปรับโฉมปี 2026 ที่ประกอบในภูมิภาค ปอร์เช่ ประเทศไทย ยังพร้อมนำเสนอผลงาน “There is No Substitute.” ถ่ายทอด 5 มิติของความหลงใหลในปอร์เช่ ผ่าน 5 มุมมองจากผู้ขับขี่และรักในแบรนด์ สะท้อนเหตุผลว่าทำไมไม่มีสิ่งใดสามารถแทนปอร์เช่ได้ รวมทั้งภายในบูธยังจัดแสดงยนตรกรรมปอร์เช่หลากหลายรุ่น พร้อมข้อเสนอพิเศษทั้งภายในงานและตัวแทนจำหน่ายปอร์เช่อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ
เปิดตัวคาเยนน์ อิเล็กทริค ใหม่ ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ปอร์เช่ ประเทศไทย ก้าวสู่บทใหม่ของรถสปอร์ตสัญชาติเยอรมัน ด้วยการเปิดตัว คาเยนน์ อิเล็กทริค ใหม่ รถยนต์ทรงพลังที่สุดที่ปอร์เช่ผลิตมาสำหรับท้องถนน พร้อมมอบความอเนกประสงค์ที่เหนือกว่า ทั้งความเร้าใจบนท้องถนน ความมั่นใจในการขับขี่แบบออฟโรด และความสะดวกสบายในการเดินทางระยะไกล คาเยนน์ อิเล็กทริค เปิดตัวในประเทศไทยด้วยกัน 3 รุ่น ได้แก่ คาเยนน์ อิเล็กทริค (Cayenne Electric), คาเยนน์ เอส อิเล็กทริค (Cayenne S Electric) และคาเยนน์ เทอร์โบ อิเล็กทริค (Cayenne Turbo Electric) ที่จะเป็นไฮไลต์ของงานและจัดแสดงเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย
คาเยนน์ อิเล็กทริค ใหม่ ออกแบบมาเพื่อยกระดับทั้งสมรรถนะและการใช้งานในชีวิตประจำวัน ด้วยความอเนกประสงค์ที่เพิ่มขึ้นจากพื้นที่เก็บสัมภาระที่ขยายใหญ่มากขึ้น และพื้นที่วางขาที่กว้างขวางยิ่งขึ้น โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกใหม่ที่มาพร้อมไฟหน้า HD-Matrix LED กระจกหน้าต่างแบบไร้กรอบ และค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศเพียง 0.25 ซึ่งเป็นหนึ่งในค่าที่ดีที่สุดในกลุ่มเอสยูวีพรีเมียม
ภายในห้องโดยสารยกระดับประสบการณ์การขับขี่ด้วย Flow Display หน้าจอ OLED แบบโค้งที่เชื่อมต่ออย่างไร้รอยต่อกับคอนโซลกลาง เสริมด้วยจอหน้าปัดดิจิทัล OLED ขนาด 14.25 นิ้ว และหน้าจอสำหรับผู้โดยสารด้านหน้าขนาด 14.9 นิ้วที่มีให้เลือกเป็นอุปกรณ์เสริม พร้อมติดตั้งระบบช่วงล่างประสิทธิภาพสูง อาทิ ระบบเลี้ยวล้อหลัง และระบบช่วงล่างถุงลมแบบปรับระดับได้ พร้อมระบบ Porsche Active Suspension Management (PASM) เพื่อเพิ่มความแม่นยำและความนุ่มนวลในการขับขี่ มาพร้อมแบตเตอรี่แรงดันสูงความจุ 113 กิโลวัตต์ชั่วโมง รองรับการชาร์จความเร็วสูงสุดถึง 400 กิโลวัตต์ โดยสามารถชาร์จจาก 10–80% ได้ภายในเวลาไม่ถึง 16 นาที และเพิ่มระยะทางขับขี่ได้มากกว่า 300 กิโลเมตร ภายในเวลาประมาณ 10 นาที
คาเยนน์ เทอร์โบ อิเล็กทริค ใหม่ ให้กำลังสูงสุดถึง 850 กิโลวัตต์ (1,156 แรงม้า) พร้อมแรงบิดสูงสุด 1,500 นิวตันเมตร ในโหมด Launch Control อัตราเร่งจาก 0–100 กม./ชม. ใน 2.5 วินาทีและความเร็วสูงสุดที่ 260 กม./ชม. ระยะทางการขับขี่รวมตามมาตรฐาน WLTP สูงสุด 623 กิโลเมตร พร้อมองค์ประกอบแอโรไดนามิกแบบแอคทีฟ ได้แก่ ช่องรับอากาศด้านหน้าที่เปิด-ปิดได้ สปอยเลอร์หลังคาแบบปรับองศาอัตโนมัติ และแผง Aeroblades แบบแอคทีฟด้านท้าย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ พร้อมคงเอกลักษณ์สมรรถนะของปอร์เช่
คาเยนน์ เอส อิเล็กทริค ใหม่ มอบพละกำลังสูงสุด 490 กิโลวัตต์ (666 แรงม้า) พร้อมแรงบิดสูงสุด 1,080 นิวตันเมตร ในโหมด Launch Control สามารถเร่งความเร็วจาก 0–100 กม./ชม. ได้ใน 3.8 วินาที และทำความเร็วสูงสุดที่ 250 กม./ชม. พร้อมระยะทางขับขี่สูงสุดตามมาตรฐาน WLTP ถึง 653 กิโลเมตร
คาเยนน์ อิเล็กทริค ใหม่ เติมเต็มตัวเลือกในตระกูลคาเยนน์อย่างสมบูรณ์ ทำให้ครอบคลุมทั้งขุมพลังไฟฟ้า ไฮบริด และเครื่องยนต์สันดาป โดยจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2569 เตรียมพบกับคาเยนน์ เทอร์โบ อิเล็กทริค และการประกาศราคาอย่างเป็นทางการในวันที่ 23 มีนาคม 2569
เปิดตัวผลงานภาพยนตร์ “Porsche. There Is No Substitute.” ครั้งแรกในประเทศไทย
เปิดตัวครั้งแรกที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 กับผลงาน “Porsche. There is no substitute.” โดยเป็นผลงานที่ถ่ายทอดเรื่องราวของปอร์เช่ที่สร้างขึ้นในประเทศไทยเป็นครั้งแรกผ่าน 5 บุคคลที่สะท้อนจิตวิญญาณของปอร์เช่ในหลากหลายมิติ สะท้อนแนวคิด There is no substitute ที่สอดคล้องกับแนวคิดหลักของปอร์เช่
“เติ้น - ทัศนพล อินทรภูวศักดิ์” นักขับ Formula 2 ถ่ายทอดมิติด้าน Performance ผ่านความเชื่อมโยงระหว่างผู้ขับขี่และรถปอร์เช่ที่เป็นหนึ่งเดียวกัน “ตั้ม - ชนิพล กุศลชาติธรรม” ผู้กำกับภาพยนตร์และเจ้าของร้านสูท Bespoke สะท้อนมิติด้าน Design ผ่านความสมดุล ความแม่นยำ และความสุนทรีย์ พร้อมทำหน้าที่ผู้กำกับผลงานที่ถ่ายทอดมุมมองและความหลงใหลในปอร์เช่ผ่านภาพยนต์เรื่องนี้ “เต้น - สีหบุตร ชุมสาย ณ อยุธยา” ผู้ก่อตั้ง Das Treffen และผู้กำกับภาพยนตร์ ถ่ายทอดมิติด้าน Heritage ผ่านวัฒนธรรมและคอมมูนิตี้ที่หล่อหลอมแบรนด์ปอร์เช่ “ลูกนัท - ปณิชา ดอกจันทน์” ผู้ประกอบการธุรกิจอาหาร สะท้อนมิติ Driving Fun ผ่านอิสรภาพและความสุขในการขับขี่ และ “โก้ - ชานนท์ เรืองกฤตยา” ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารโครงการ Porsche Design Tower Bangkok และบริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ถ่ายทอดมิติด้าน Exclusivity ผ่านวิสัยทัศน์ เป้าหมาย และความเอ็กซ์คลูซีฟที่แตกต่าง โดยเรื่องราวของทั้ง 5 บุคคลนี้ได้ร่วมกันสะท้อนแก่นแท้ของปอร์เช่ผ่านเส้นทางที่แตกต่าง แต่หลอมรวมด้วยแนวคิดเดียวกันว่าสำหรับปอร์เช่ ไม่มีสิ่งใดทดแทนได้
ข้อเสนอพิเศษสำหรับบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47
ในโอกาสพิเศษนี้ปอร์เช่ ประเทศไทย มอบสิทธิพิเศษหลากหลายรายการ โดยลูกค้าที่จองและรับรถระหว่างวันที่ 16 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2569 จะได้รับสิทธิประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นอัตราดอกเบี้ยผ่อนชำระพิเศษเริ่มต้นที่ 0.99% ประกันภัยชั้นหนึ่งนานสูงสุด 2 ปี ขยายการรับประกันคุณภาพรถ และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ*
เพื่อยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า ปอร์เช่ ประเทศไทย ร่วมกับพาร์ทเนอร์นำเสนอสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม* โดยลูกค้าที่ซื้อและรับมอบรถยนต์ระหว่างวันที่ 16 มีนาคม ถึง 31 ธันวาคม 2569 จะได้รับเครดิตชาร์จไฟมูลค่า 10,000 บาท สำหรับใช้ที่สถานีชาร์จ Shell Recharge เป็นระยะเวลา 3 ปี*
ปอร์เช่ ประเทศไทยพร้อมมอบข้อเสนอพิเศษให้ทั้งภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2569 และที่ตัวจำหน่ายปอร์เช่อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ*
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด
Tagged Hero-SliderPorsche