Skip to content
Home
News
Review
Press Release
Activities
Contact Us
Home
News
Review
Press Release
Activities
Contact Us
Search
Search
ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ CEO Mazda วาง 4 เป้าหมาย สู้ศึกตลาดรถยนต์ในไทย
August 31, 2026
Youtube
ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์
ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Mazda Sales (ประเทศไทย)
เปิดทิศทาง
Mazda ประเทศไทย
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ และการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง โดยมุ่งสร้าง “
ทางเลือกที่เหมาะสม
” ให้กับลูกค้า มากกว่าการเดินตามกระแสระยะสั้น โดยทาง
Mazda
มองว่าการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ในปี 2030 ไม่ได้มีเส้นทางเดียว เนื่องจากแต่ละประเทศมีความแตกต่างทั้งโครงสร้างพื้นฐาน แหล่งพลังงาน และพฤติกรรมผู้บริโภค จึงกำหนด 4 เป้าหมายหลัก เพื่อวางรากฐานการเติบโตในระยะยาว
1.
Mazda
เดินหน้า
Multi-Solution Strategy
ไม่เชื่อว่าเทคโนโลยีเดียวจะเหมาะกับทุกคน
หนึ่งในทิศทางสำคัญของ
Mazda
คือ
Multi-Solution Strategy
หรือการนำเสนอระบบขับเคลื่อนที่หลากหลาย เพื่อให้เหมาะกับรูปแบบการใช้งานของลูกค้าในแต่ละตลาด โดยเฉพาะประเทศไทย และภูมิภาคอาเซียน ซึ่งมีความแตกต่างกันทั้งด้านพฤติกรรมการใช้รถ ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน และความต้องการด้านพลังงาน Mazda จึงยังคงมองว่าการมีเทคโนโลยีหลายรูปแบบเป็นแนวทางที่เหมาะสม โดยทางเลือกของ
Mazda
นั้นจะครอบคลุมตั้งแต่ เครื่องยนต์ประสิทธิภาพสูง,
Hybrid, Plug-in Hybrid
(
PHEV
) ไปจนถึงรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (
BEV
) เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกเทคโนโลยีที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และลักษณะการใช้งานของตัวเอง ซึ่งทาง
Mazda
ไม่ต้องการให้ลูกค้าต้องปรับตัวตามเทคโนโลยี แต่ต้องการให้เทคโนโลยีเป็น “ทางเลือก” ที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างเหมาะสม พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมาย
Carbon Neutrality
อย่างสมเหตุสมผล ทั้งในมิติด้านสิ่งแวดล้อม และความคุ้มค่าของผู้บริโภค
2. จาก “
Price War
” สงครามราคา สู่
TCO
และ
Residual Value
อีกหนึ่งความท้าทายสำคัญของตลาดรถยนต์ในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา คือการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง หรือ
Price War
ซึ่งไม่ได้ส่งผลเฉพาะต่อยอดขายรถใหม่เท่านั้น แต่ยังมีผลต่อ มูลค่ารถยนต์มือสอง (
Residual Value
) และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในระยะยาว
Mazda
จึงต้องการเปลี่ยนมุมมองจากการพิจารณาเพียง “ราคาซื้อรถ” ไปสู่
Total Cost of Ownership
(
TCO
) หรือค่าใช้จ่ายตลอดระยะเวลาการเป็นเจ้าของรถ จากแนวคิดดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่คุณภาพของผลิตภัณฑ์ การบริการหลังการขาย ความพร้อมของอะไหล่ ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา ไปจนถึงความสามารถในการรักษามูลค่าของรถเมื่อถึงเวลาขายต่อ สำหรับ Mazda ความคุ้มค่าจึงไม่ได้จบลงในวันที่ลูกค้าตัดสินใจซื้อรถ แต่ต้องครอบคลุมตลอดช่วงเวลาที่ลูกค้าเป็นเจ้าของรถ เพราะความไว้วางใจของลูกค้าไม่ได้เกิดจากส่วนลดในวันที่ซื้อรถเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากประสบการณ์ ความคุ้มค่า และการดูแลที่ลูกค้าได้รับตลอดอายุการใช้งาน
3.
Digital Omotenashi
ใช้
Data
เข้าใจลูกค้าและยกระดับประสบการณ์
ในยุคของ
Connected Car
และ
Digital Technology Mazda
มองว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลไม่ได้หมายถึงเพียงการติดตั้งหน้าจอขนาดใหญ่หรือเพิ่มฟังก์ชันใหม่ ๆ ให้กับรถยนต์เท่านั้น แต่สิ่งสำคัญกว่าคือการนำ
Data
และเทคโนโลยีดิจิทัล มาผสานเข้ากับแนวคิด
Omotenashi
หรือการให้บริการที่เข้าใจความต้องการของลูกค้า เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นในทุกจุดสัมผัส ตั้งแต่วันที่ลูกค้าเริ่มสนใจรถ การเข้าชมโชว์รูม การทดลองขับ การตัดสินใจซื้อ ไปจนถึงการบำรุงรักษา และการบริการหลังการขาย ซึ่งทาง Mazda ต้องการนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้เพื่อทำความเข้าใจลูกค้าแต่ละคนได้อย่างแม่นยำมากขึ้น เป้าหมายก้คือการสร้าง
Customer Experience
ที่มีความต่อเนื่อง เป็นส่วนตัว และสามารถสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าได้ตลอดระยะเวลาการใช้งานรถ
4. เสริมศักยภาพฐานผลิตไทย รองรับเทคโนโลยีใหม่
ประเทศไทยยังเป็นหนึ่งในฐานการผลิตสำคัญของ
Mazda
โดยบริษัทดำเนินธุรกิจและลงทุนในไทยมานานกว่า 75 ปี และมี
AutoAlliance Thailand
(
AAT
) เป็นฐานผลิตหลักสำหรับตลาดไทยและการส่งออก โดยทาง
Mazda
เตรียมพัฒนาฐานการผลิตให้รองรับรถยนต์และเทคโนโลยีใหม่ พร้อมต่อยอด
Local Supply Chain
และยกระดับบุคลากรไทย ทั้งวิศวกร ช่างเทคนิค และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีจากญี่ปุ่น
ทั้งนี้
Mazda
มองว่าไม่จำเป็นต้องผลิตรถยนต์ทุกประเภทในประเทศไทย แต่ควรใช้จุดแข็งของประเทศเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน รองรับเทคโนโลยีใหม่ และสร้างการเติบโตให้กับ
Supply Chain
ในประเทศ
มองไกลกว่ายอดขาย สร้าง
Ecosystem
เติบโตไปพร้อมกัน
นอกจากนั้นทาง
คุณธีร์
ยังเผยว่าการพา
Mazda
ผ่านการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม ไม่ควรวัดเพียงจำนวนรถที่ขายได้ในแต่ละไตรมาส แต่ต้องมองถึงการสร้างระบบนิเวศการเดินทางที่มั่นคง สร้างคุณค่าให้ลูกค้า และมีส่วนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ดังนั้น 4 เป้าหมายของ
Mazda
จึงครอบคลุมทั้ง เทคโนโลยีที่หลากหลาย ความคุ้มค่าตลอดอายุการใช้งาน การใช้ Data ยกระดับบริการ และการเสริมความแข็งแกร่งให้ฐานผลิตไทย
ทั้งหมดนี้คือทิศทางที่
คุณธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์
และทีม
Mazda ประเทศไทย
ตั้งใจเดินหน้า เพื่อให้แบรนด์สามารถสร้าง “ทางเลือกจริง” ให้กับผู้บริโภค พร้อมเติบโตไปกับการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างยั่งยืน
Previous Article
Next Article
You May Also Like
สมาคมผู้นำเข้ารถยนต์ใหม่ ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ฟรีตรวจเช็ก 30 รายการ ลดค่าแรง-อะไหล่
อ่านเพิ่มเติม
Tesla Roadster เปิดจองในไทย 178,000 บาท เร่ง 0-100 ต่ำกว่า 1 วินาที รุ่น Rocket บินได้
อ่านเพิ่มเติม
Ford Everest Wolftrak 2027 ในออสเตรเลีย เสริมลุคเข้ม พร้อมลากจูง 3.5 ตัน
อ่านเพิ่มเติม
Toyota ชวนทดลองขับ bZ4X และรถ HEV ที่ TOYOTA ALIVE
อ่านเพิ่มเติม
Home
News
Review
Press Release
Activities
Contact Us
Home
News
Review
Press Release
Activities
Contact Us