เปรียบเทียบ Mazda 2 ดีเซล เทอร์โบ vs. Honda City คันไหนจะดีกว่ากัน ?

เปรียบเทียบ Mazda 2 ดีเซล เทอร์โบ  vs. Honda City คันไหนจะดีกว่ากัน ?

*** พร้อมชมรีวิวเปรียบเทียบของทั้งสองรุ่นนี้ได้ผ่าน Facebook/Youtube Channel: พ่อมดรถยนต์

เปรียบเทียบราคาอย่างเป็นทางการ

Mazda 2 (2020) เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 1.5 ลิตร

- 1.5 Turbo XD 782,000 บาท

- 1.5 Turbo XDL 799,000 บาท

*** (ตัวถัง Sedan / Hatchback Mazda 2 ราคาเท่ากัน)

Honda City (2020) เครื่องยนต์เบนซิน 1.0 TURBO

- TURBO S 579,500 บาท

- TURBO V 609,000 บาท

- TURBO SV 665,000 บาท

- TURBO RS 739,000 บาท

เครื่องยนต์ (Engine)

Mazda 2 ดีเซลเทอร์โบ 1.5 Skyactiv-D

เครื่องยนต์ดีเซล Skyactiv-D 4 สูบ แถวเรียง 16 วาล์ว ขนาด 1.5 ลิตร 1,499 ซีซี. พ่วงเทอร์โบ กำลังสูงสุด 105 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ที่ 1,500 – 2,500 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อหน้า

Honda City เบนซิน 1.0 TURBO

เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว 1000 (988)ซีซี. ระบบแปรผันวาล์ว ทั้งแบบ VTEC และ Dual VTC พ่วงเทอร์โบ พละกำลังสูง 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 173 นิวตันเมตร ที่ 2,000 – 4,500 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT  ขับเคลื่อนล้อหน้า 

Exterior การออกแบบภายนอก Mazda 2

- ไฟหน้า Projector Lens แบบ LED

- ไฟ Daytime Running Light แบบ LED Signature

- ระบบปรับระดับไฟหน้า สูง-ต่ำ อัตโนมัติ Auto Levelling

- ระบบเปิด-ปิด ไฟหน้าแบบอัตโนมัติ

- เซนเซอร์กะระยะด้านหน้า 4 ตำแหน่ง

- ล้ออัลลอย ขนาด 16 นิ้ว พร้อมยาง 185/60 R16

- กระจกมองข้าง ปรับและพับด้วยไฟฟ้า

- กระจกมองข้าง พร้อมไฟเลี้ยวในตัว

- ไฟท้าย LED

- ปลายท่อไอเสียโครเมียม

- สปอยเลอร์หลัง

- เสาอากาศแบบครีบฉลาม Shark Fin

Exterior การออกแบบภายนอก Honda City

- ไฟหน้าแบบ LED

- ไฟ Daytime Running Lights แบบ LED

- ไฟตัดหมอกคู่หน้า แบบ LED

- ระบบปิดไฟหน้าอัตโนมัติ เมื่อดับเครื่องยนต์

- ล้ออัลลอย ขนาด 16 นิ้ว พร้อมยาง 185/55 R16

- กระจกมองข้าง พร้อมไฟเลี้ยวในตัว

- กระจกมองข้าง ปรับและพับด้วยไฟฟ้า

- ไฟท้าย แบบ LED

- สปอยเลอร์หลัง

- เสาอากาศครีบฉลาม Shark Fin

Interior การออกแบบภายใน Mazda 2

- เบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง สีเทา สลับหนังกลับ Grand Luxe Suede

- เบาะนั่งคนขับ ปรับด้วยมือ 6 ทิศทาง

- เบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้า ปรับด้วยมือ 4 ทิศทาง

- ที่เก็บเอกสารด้านหลังเบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้า

 

- แดชบอร์ดหน้า บุนุ่มหุ้มด้วยหนัง เดินตะเข็บด้ายจริง

 

- เบาะนั่งด้านหลัง แยกพับอิสระ 60 : 40

- พวงมาลัยหุ้มด้วยหนัง

- พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPAS

- แป้นเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Paddle Shift

 

- หัวเกียร์หุ้มด้วยหนัง

- หน้าจอแสดงผลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า Head-up Display แบบสี

- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control

- หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ MID

- ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ

- กระจกหน้าต่างไฟฟ้า 4 บาน ขึ้น-ลงอัตโนมัติฝั่งคนขับ

- พวงมาลัยปรับได้ 4 ทิศทาง (ขึ้น-ลง-เข้า-ออก)

- ระบบช่วยประหยัดน้ำมัน i-STOP และ ประหยัดพลังงาน i-ELOOP

- ปุ่ม Sport Mode DRIVE Selection

- ระบบกุญแจ Smart Keyless Entry

- ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ Push Start Button

Interior การออกแบบภายใน Honda City

- ภายในห้องโดยสาร โทนสีดำ

- ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติพร้อมหน้าจอแสดงผลดิจิตอล

- ระบบกุญแจ Honda Smart Key System

- กุญแจรีโมท พร้อมสวิตซ์เปิดฝากระโปรงท้าย

- ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ Push Start Button

- ระบบ Idle Stop พร้อมสวิตซ์เปิด-ปิด ระบบ

- พวงมาลัยปรับได้ 4 ทิศทาง (ขึ้น-ลง-เข้า-ออก)

- พวงมาลัยหุ้มด้วยหนัง

- ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Paddle Shift

- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control

- หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ MID

- ไฟแสดงผลการขับขี่แบบประหยัด Eco Indicator

- ปุ่ม ECON

- มือจับภายในห้องโดยสาร 4 ตำแหน่ง

- กระจกหน้าต่างไฟฟ้า 4 บาน ปรับขึ้น-ลงอัตโนมัติฝั่งคนขับ

- Seating เบาะนั่ง

- เบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง สลับหนังกลับ Suede ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง (รุ่น RS)

- เบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง (รุ่น SV)

- วัสดุตกแต่งภายในห้องโดยสาร สีดำเงา Piano Black

- มือเปิดประตูภายในห้องโดยสาร โครเมียม

- เบาะนั่งคนขับ ปรับด้วยมือ 6 ทิศทาง

- เบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้า ปรับด้วยมือ 4 ทิศทาง

- ที่วางแขน ระหว่างเบาะนั่งคู่หน้า

- ที่วางแขนเบาะนั่งด้านหลัง พร้อมที่วางแก้ว

Entertainment ระบบความบันเทิง Mazda 2

- หน้าจอกลาง Center Display แบบสี ขนาด 7 นิ้ว

- เครื่องเสียง วิทยุ AM/FM CD MP3

- ปุ่มควบคุมกลาง Center Commander

- ระบบเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth

- ระบบสั่งงานด้วยเสียง Voice Recognition

- ลำโพง 6 ตำแหน่ง

- สวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย

- ช่องเชื่อมต่อ AUX

- ช่องเชื่อมต่อ USB

- ช่องใส่ SD CARD รองรับระบบนำทาง Navigation System

- รองรับระบบ Apple CarPlay / Android Auto

 Entertainment ระบบความบันเทิง Honda City

- หน้าจอเครื่องเสียงระบบสัมผัส Advanced Touch ขนาด 8 นิ้ว

- รองรับระบบ Apple Car Play / Android Auto

- ระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT

- สั่งการทำงานของรถยนต์ ล็อค / ปลดล็อค

- สั่งสตาร์ทรถยนต์

- สั่งเปิดสัญญาณไฟ

- แสดงพิกัดตัดรถ Find My Car

- รองรับการเชื่อมต่อ Smart Phone

- สวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย และรับสายโทรศัพท์

- รองรับการสั่งงานด้วยเสียง SIRI

- ช่องเชื่อมต่อ USB 2 ช่อง

- ลำโพง 8 ตำแหน่ง

- ช่องชาร์จไฟ 12V 1 ตำแหน่ง

- ช่องชาร์จไฟ 12V 2 ตำแหน่ง สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง

ระบบความปลอดภัย Mazda 2

- ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค ABS

- ระบบกระจายแรงเบรก EBD

- ระบบเสริมแรงเบรก BA

- ระบบควบคุมแรงบิดขณะเข้าโค้ง G-Vectoring PLUS

- ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว DSC

- ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และ ลื่นไถล TCS

- ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HLA

- ระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในมุมอับสายตา Blind Spot Monitoring

- ระบบเตือนเมื่อมีรถตัดผ่านขณะถอยหลัง Rear Cross Traffic Alert

- สัญญาณไฟกระพริบฉุกเฉินเมื่อเบรกกระทันหัน ESS

- ถุงลมนิรภัยคู่หน้า 2 ตำแหน่ง

- กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา

- เซนเซอร์กะระยะช่วยจอดด้านหน้า 4 ตำแหน่ง

- เซนเซอร์กะระยะช่วยจอดด้านหลัง 4 ตำแหน่ง

- จุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX

- ระบบกุญแจ Immobilizer

- ระบบสัญญาณกันขโมย

ระบบความปลอดภัย Honda City

- ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค ABS

- ระบบกระจายแรงเบรก EBD

- ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง VSA

- ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA

- สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน ESS

- ระบบล็อกประตูรถอัตโนมัติ

- ถุงลมนิรภัยคู่หน้า 2 ตำแหน่ง

- ถุงลมนิรภัยด้านข้าง 2 ตำแหน่ง

- ม่านถุงลมนิรภัย 2 ตำแหน่ง

- ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหน้า

- ระบบสัญญาณกันขโมย

- ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer

- กล้องมองภาพขณะถอยจอด ปรับมุมมองได้ 3 ระดับ

- จุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX

Engine – Drivetrain – Technology ระบบงานวิศวกรรม

- ระบบเบรกคู่หน้า ดิสก์เบรก / คู่หลัง ดรัมเบรก

- ช่วงล่างด้านหน้า McPherson Strut พร้อมเหล็กกันโคลง

- ช่วงล่างด้านหลัง กึ่งอิสระ Torsion Beam

สีตัวถัง Mazda 2 มีให้เลือก 8 สี

สีเทา Polymetal Grey 

สีน้ำตาล Titanium Flash

สีดำ Jet Black

สีเทา Machine Grey

สีเงิน Sonic Silver

สีขาว Snowflake White Pearl

สีขาว Ceramic Metallic (NEW)

สีแดง Soul Red Crystal

สีตัวถัง Honda City มีให้เลือก 6 สี

สีแดง Ignite Red Metallic (เฉพาะรุ่น RS)

สีขาวมุก Platinum White Pearl (เฉพาะรุ่น RS / SV) เพิ่ม 10,000 บาท

สีดำ Crystal Black Pearl เพิ่ม 6,000 บาท

สีเงิน Lunar Silver Metallic

สีเทา Modern Steel Metallic

สีขาว Taffeta White

สรุปการทดลองขับ After Drive

ในเรื่องของการขับขี่ สำหรับผมส่วนตัวจะรู้สึกชอบ Mazda 2 มากกว่า เพราะการตอบสนองดีกว่า speed ตอนต้นดีพอควร อัตราการเร่งตอบสนองได้ดีครับ ไม่หน่วง การเร่งแซงคันหน้า กดคิกดาวน์ไปปรู๊ดปร๊าดพุ่งพอตัวเลยทีเดียว  และอีกจุดหนึ่งที่ชอบคือช่วงล่าง เกาะถนนได้ดีเพราะ Mazda มีระบบ GVC หรือ G-Vectoring Control Plus ช่วยในการขับขี่ได้ปลอดภัย มั่นใจมากขึ้นโดยเฉพาะการเข้าโค้ง การเลี้ยวโค้งต่างๆ

แต่ก็ไม่ได้แปลความว่า Honda City ไม่ดีนะครับ จริงๆแล้วความแรง Honda City จะเหนือกว่ามาสด้าด้วยซ้ำ เพราะซิตี้ เป็นเครื่องเบนซิน 1000 cc แต่มีเทอร์โบ อัดได้ถึง 122 แรงม้า ขณะที่เครื่องเบนซินของมาสด้าแค่ 93 แรงม้า กับเครื่องดีเซล 1.5 เทอร์โบ 105 แรงม้าเท่านั้น

แต่ที่ชอบ Mazda ก็เพราะรอบของ Honda City ใช้เวลามากไปนิด ทำให้ไม่ค่อยทันอกทันใจในช่วงของการสปีดเร่งแซงในตอนต้นๆเท่านั้นเอง แต่ถ้าทางยาวๆละก้อ  Honda City หายห่วงครับ ไปเนียน ไปไหลลื่น ช่วงล่างก็ดี เกาะถนน เข้าโค้งก็มั่นใจ ได้ แต่ถ้าเทียบกันผมให้คะแนน Mazda 2 มากกว่าครับ

ส่วนเรื่องของการออกแบบทั้งภายนอกและภายในนั้น จริงๆอยู่ที่ความนิยมความชอบของแต่ละท่านครับ ส่วนตัวผมคิดว่าถ้าชอบความสปอร์ตก็น่าจะเป็น Mazda 2  ถ้าต้องการความหรูหรา เหมาะกับการขับไปทำงานก็ต้อง Honda City ครับ

ส่วนพื้นที่ภายในห้องโดยสารต้องยอมรับครับว่าพื้นที่ของฮอนด้า ซิตี้จะกว้างขวางกว่า แม้มาสด้าจะทำการปรับแล้วก็ตาม พื้นที่ห้องโดยสารจะเสียเปรียบฮอนด้า ซิตี้ โดยเฉพาะเบาะนั่งด้านหลังที่จะรู้สึกแคบไปนิดนึง แต่ก้อนั่งได้นะครับ ไม่ใช่นั่งไม่ได้ เพียงแต่ว่าเทียบกับซิตี้แล้วของมาสด้า 2 จะเล็กกว่านิดหน่อย  

ด้านระบบความปลอดภัยและบันเทิงนั้น อันนี้ก็ต้องยอมรับว่าของ Mazda 2 มีมาให้มากกว่าฮอนด้า ซิตี้  จุดนี้จะเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่คนจะเลือกซื้อ Mazda 2 อย่างมีกล้อง 360 องศา รวมถึง Blind Spot และ Rear Cross Traffic Alert สามระบบนี้ทำให้คนขับมีความมั่นใจได้มากขึ้น ปลอดภัยมากขึ้นโดยเฉพาะถ้าผู้ขับขี่เป็นสุภาพสตรีทั้งหลาย ในขณะที่ของ Honda City จะมีกล้องมองหลังให้เท่านั้น (แต่ถ้าคิดว่าแค่กล้องมองหลังจุดเดียวพอแล้วก็โอเคนะครับเพราะจะประหยัดเงินไปอีกเยอะ)

สรุปโดยภาพรวมแล้วส่วนตัวแล้วผมคิดว่าอารมณ์ความรู้สึกในการขับขี่ สมรรถนะ และอุปกรณ์ฟังก์ชั่นต่างๆที่มีมาให้นั้นมาสด้า 2 จะดีกว่าครับ  แต่ก้อต้องควักกระเป๋าจ่ายมากกว่า Honda City

ส่วน Honda City นั้นเรื่องสมรรถนะการขับขี่ก้อสนุกสนานตอบสนองได้ไม่ต่างกันมาก (อยู่ที่พฤติกรรมการขับของแต่ละคนมากกว่า) ด้านอุปกรณ์ ฟังก์ชั่นภายในเมื่อเทียบกับมาสด้าแล้วจะมีมาให้น้อยกว่า แต่พื้นที่ห้องโดยสารของฮอนด้าจะกว้างกว่ามาสด้า

แต่ถ้าจะให้ดีที่สุดแนะนำว่าไปลองขับ ลองเปรียบเทียบของทั้ง 2 ยี่ห้อนี้ดีกว่าจะได้คำตอบให้กับตัวเองดีที่สุดครับ !

ข้อมูลเพิ่มเติม : รถ Eco Car รุ่นอื่นๆยังมี: Suzuki Ciaz, Suzuki Swift, Mitsubishi Mirage, Mitsubishi Attrage, Nissan Almera, Toyota Yaris