Search
Close this search box.

GWM โชว์คันจริงในไทย Haval H6 PHEV 16 ก.ย.นี้ คาดราคา 1.3-1.4 ล้าน วิ่งไฟฟ้าล้วนไกลถึง 201 กม.

🚔🚔 Great Wall Motor เปิดตัวในไทยแน่ Haval H6 PHEV (Plug-in Hybrid) 16 ก.ย.นี้ โชว์คันจริง พร้อมเปิดสเปค และออฟชั่นต่างๆ สำหรับ เวอร์ชันไทยทั้งหมด ใช้ EV Mode พลังงานไฟฟ้าล้วน วิ่งไกลสูงสุดถึง 201 กิโลเมตร ส่วนราคาคาดประกาศต้นเดือนต.ค. คาดประมาณ 1,394,000 บาท เมื่อเทียบกับไฮบริดที่ขายอยู่

🟢🟢 Great Wall Motor (GWM) ประเทศไทย เคยนำ Haval H6 PHEV (Plug-in Hybrid) มาโชว์ในเมืองไทยแล้ว ถึง 2 ครั้ง ในงาน Motor Expo 2021 ช่วงปลายปี 2564 และในงาน Bangkok International Motor Show 2022 อีกครั้ง เมื่อเมษายนที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีการเปิดตัว หรือประกาศราคาจำหน่ายแต่อย่างใด ล่าสุด ทาง GWM ได้ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการแล้วว่า จะเปิดตัว Haval H6 PHEV ในวันที่ 16 กันยายนนี้ พร้อมเปิดสเปค รายละเอียด และ Option ต่างๆเวอร์ชันไทย ทั้งหมด
➡️➡️ ส่วนราคา ทาง Great Wall ยืนยันว่า จะประกาศราคาอย่างเป็นทางการในช่วงต้นเดือนตุลาคมนื้ แน่นอน พร้อมกับการส่งมอบลูกค้าในเดือนเดียวกันด้วย หากอิงกับราคาในประเทศจีน โดย Haval H6 HEV อยู่ที่ 149,800 หยวน ส่วน Haval H6 PHEV ตั้งราคาที่ 176,800 หยวน แพงกว่า HEV ประมาณ 27,000 หยวน (ประมาณ 145,000 บาท) ดังนั้น ถ้าเอา Haval H6 HEV ในเมืองไทยที่ราคา 1,249,000 บาท มาเทียบกัน ราคาของ Haval H6 PHEV (Plug-in Hybrid) ตัวใหม่ น่าจะตกประมาณ 👉👉👉 1,394,000 บาท 💥💥
🔻🔻 ต้องรอติดตามกันว่าสเป็คไทย จะมีขนาดแบตเท่าไหร่ และ วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนไกลแค่ไหน และ ที่สำคัญสุดท้าย ราคาจะเป็นอย่างไร ตามที่คาดไว้หรือไม่ 🔻🔻

🟢🟢 All New HAVAL H6 PHEV (Plug-in Hybrid) คือ รถ SUV ปลั๊กอินไฮบริด ที่ได้รับการอัพเกรดระบบการเสียบปลั๊กชาร์จไฟเพิ่มเติมเข้ามา ด้วย เครื่องยนต์เบนซิน DOHC 4 สูบ Direct Injection ขนาด 1.5 ลิตร 1,499 ซีซี. พ่วงเทอร์โบ พละกำลังสูงสุด 154 แรงม้า ที่ 5,500 – 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 233 นิวตันเมตร ที่ 1,500 – 4,000 รอบ/นาที
➡️➡️ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 177 แรงม้า แรงบิด 300 นิวตันเมตร เมื่อเครื่องยนต์ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ได้พละกำลังสูงสุด 326 แรงม้า 530 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Dual Clutch ขับเคลื่อนล้อหน้า รองรับน้ำมันสูงสุด E20 แบตเตอรี่ขนาด 34.6 kWh พร้อมระบบเสียบปลั๊กชาร์จไฟ Plug-in Hybrid วิ่งด้วย EV Mode พลังงานไฟฟ้าล้วน ที่ยาวไกลสูงสุดถึง 201 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC)
🔻🔻 โดยข้อมูลรถที่นำมาลงด้านล่าง นำมาจากเวปไซต์ต่างประเทศ สำหรับข้อมูลฉบับเต็ม ของ HAVAL H6 PHEV เวอร์ชั่นประเทศไทย รอประกาศอย่างเป็นทางการจาก GWM THAILAND วันที่ 16 กันยายนนี้ 🔻🔻

📌📌 Haval H6 PHEV (Plug-in Hybrid) แพลตฟอร์มอัจฉริยะ
➡️➡️ All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid คือการพัฒนาต่อยอดจากรถเอสยูวี HAVAL H6 Hybrid ตัวรถถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม GWM LEMON (Lightweight, Electrification, Multi-Purpose and Omni-Protection Network) นี่คือแพลตฟอร์มเทคโนโลยีโมดูลาร์อัจฉริยะระดับโลกที่สร้างขึ้นมาเพื่อรองรับการขับขี่แห่งอนาคต ออกแบบมาให้ช่วยเสริมประสิทธิภาพด้านการขับขี่ ความปลอดภัย มีน้ำหนักที่เบา และผสานรวมกับเทคโนโลยีขับเคลื่อนไฟฟ้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ
จุดเด่นของแพล็ตฟอร์ม GWM LEMON คือโครงสร้างตัวถัง High-Strength Steel 71.61% และ Hot Formed Steel Reaches 2,000 Mpa ที่สุดของความแข็งแกร่ง ผสานกับการออกแบบที่สามารถดูดซับแรงกระแทกแบบรอบทิศทางทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านท้ายของตัวรถ เพื่อป้องกันอันตรายแบบรอบด้าน ลดอาการบาดเจ็บและการสูญเสีย นอกจากนี้ยังมาพร้อมจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำซึ่งช่วยเสริมประสิทธิภาพการควบคุมรถให้ดียิ่งขึ้น
ในขณะเดียวกันรถก็ยังมาพร้อมกับอุปกรณ์ความปลอดภัยที่ครบครันไม่ว่าจะระบบถุงลมนิรภัยรอบห้องโดยสาร 6 ตำแหน่ง ทำงานร่วมกับระบบรองรับแรงกระแทกรอบตัวรถ และเข็มขัดนิรภัยแบบผ่อนแรงอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถอย่างสูงสุดในการปกป้องผู้โดยสารเมื่อเกิดอุบัติเหตุ และยังสามารถช่วยลดอาการบาดเจ็บจากหนักเป็นเบาได้

📌📌 ดีไซน์ภายนอก HAVAL H6 PHEV
➡️➡️ มาพร้อมกับรูปลักษณ์ภายนอกโดดเด่นสะดุดตา พรีเมียมหรูหรา และความสปอร์ตทันสมัย ดีไซน์หน้ารถ โดดเด่นด้วยกระจังหน้าสีดำขนาดใหญ่เต็มพื้นที่หน้ารถ ตกแต่งเล่นลวดลายกราฟิกเป็นแถบริ้วเล็ก ๆ เรียวยาว กระจังหน้าถูกออกแบบให้รับกับโคมไฟหน้าอย่างลงตัว ส่วนบริเวณด้านล่างมีลักษณะเป็นตะแกรงรังผึ้งสีดำสำหรับรับอากาศเข้าไประบายความร้อนเครื่องยนต์ และเป็นที่อยู่ของอุปกรณ์เรดาร์หน้ารถ ส่วนต่อมาที่มีการเปลี่ยนแปลงคือไฟตัดหมอก LED ถูกย้ายตำแหน่งให้ดูสวยงามลงตัวมากขึ้น
ระบบไฟหน้าของ All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid เป็นแบบ Intelligent LED Headlamp ดีไซน์เฉียบคมและทันสมัย มาพร้อมประสิทธิภาพการส่องสว่างที่ดีเยี่ยมทั้งตอนกลางวันและกลางคืน มาพร้อมกับไฟ Daytime Running Light ดีไซน์เส้นสวยคม และมีครบทั้งระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ และระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ
ด้านข้าง มาพร้อมคิ้วขอบล้อพลาสติกสีดำเชื่อมต่อกับแถบสเกิร์ตพลาสติกด้านข้างสีดำ เสริมความหรูหราด้วยแถบโครเมียมตกแต่งที่ชายล่างขอบประตู และกรอบกระจกหน้าต่างโครเมียม ติดตั้งราวหลังคาสีเงินมาเป็น ล้ออัลลอยมีขนาด 19 นิ้ว ลวดลายแบบสปอร์ต ยางขนาด 225/55 R19 ทั้ง 4 ล้อ
ดีไซน์ด้านท้าย แถบไฟท้าย LED Taillight Strip คาดยาวเต็มความกว้าง เห็นเด่นชัดในเวลากลางคืน เสริมความสปอร์ตด้วยสปอยเลอร์หลังคาที่มีไฟเบรก LED ในตัวและเสาอากาศครีบฉลาม ในส่วนของกันชนท้าย มีแถบพลาสติกกันกระแทกสีดำพร้อมครีบสไตล์สปอร์ตและมีแถบเรืองแสงในตัว ท่อไอเสียถูกซ่อนไว้ใต้กันชนเรียบร้อย ปิดท้ายความพรีเมียมด้วยแถบโครเมียมตกแต่งบริเวณประตูท้ายพร้อมตัวอักษร HAVAL เด่นชัดสวยงาม

📌📌 ออปชันภายนอก HAVAL H6 PHEV
➡️➡️ หลังคาพาโนรามิกซันรูฟ 360 องศาขนาดใหญ่ ครอบคลุมเบาะนั่งตอนหน้าและตอนหลัง เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าแบบกดครั้งเดียว ช่วยเพิ่มความรู้สึกโปร่งโล่งให้ห้องโดยสาร ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบฟ้าพร้อม Kick Sensor ใช้การเตะเท้าใต้กันชนหลังเพื่อเปิดหรือปิดประตูท้ายโดยอัตโนมัติ นอกจากออปชั่นสองอย่างนี้แล้ว All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid ก็ยังมีระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ กระจกมองข้างปรับและพับไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยว LED ในตัว ระบบไล่ฝ้ากระจกบานหน้าและหลัง ระบบล็อกรถอัตโนมัติ เป็นต้น
ข้อแตกต่างอีกจุดระหว่าง All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid กับ HAVAL H6 Hybrid คือช่องสำหรับชาร์จไฟบริเวณเหนือซุ้มล้อหลังด้านขวา ซึ่งเวอร์ชันปลั๊กอินไฮบริดมีมาให้ส่วนเวอร์ไฮบริดธรรมดาจะไม่มี โดยการชาร์จไฟของ HAVAL H6 Plug-in Hybrid จะรองรับทั้งการชาร์จปกติด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ AC ผ่านหัวชาร์จ Type 2 และการชาร์จเร็วด้วยไฟฟ้ากระแสตรง DC ผ่านหัวชาร์จ CCS Combo

📌📌 ภายในห้องโดยสาร HAVAL H6 PHEV
➡️➡️ ห้องโดยสารของ All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid จุดที่แตกต่างคือสีห้องโดยสารที่มาในโทนดำ-เทา ภายใต้แนวคิด Future Intelligent Cockpit หรือห้องโดยสารแบบอนาคตพร้อมนวัตกรรมใหม่ที่คอยอำนวยความง่ายในการใช้งาน พร้อมสีพิเศษแบบ High-gloss การออกแบบยังคงเน้นความเรียบง่ายและหรูหราในสไตล์มินิมอล ประกอบกับการใช้วัสดุและงานผลิตคุณภาพสูง พร้อมกับความกว้างขวางให้ห้องโดยสารและความประณีตในทุกๆ รายละเอียด แดชบอร์ด แผงประตู คอนโซลกลาง หุ้มด้วยหนังบุนุ่มคุณภาพดีทั้งหมด พร้อมกันนี้ยังมีการตกแต่งด้วยไฟเรืองแสง Ambient Light สำหรับสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร
เบาะนั่งทุกตัวของ All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid หุ้มด้วยหนังสังเคราะห์คุณภาพดีพร้อมการตัดเย็บที่ประณีตสวยงาม เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง มีตัวดันหลังปรับไฟฟ้า เบาะผู้โดยสารตอนหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง นอกจากนี้เบาะนั่งคู่หน้าทั้งสองตัวยังมีระบบระบายอากาศให้มาด้วย

➡️➡️ พวงมาลัยของ All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid หุ้มด้วยหนัง ปรับได้ 4 ทิศทาง ขึ้น-ลง-เข้า-ออก มีปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและปุ่มควบคุมจอมาตรวัดดิจิตอลครบครัน ส่วนของระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ จะมีเป็นก้านปรับที่บริเวณคอพวงมาลัย
ด้านมาตรวัดเป็นจอดิจิตอลความละเอียดสูง HD Multi Information Display ขนาด 10 นิ้ว แสดงข้อมูลการขับขี่ครบครัน มาพร้อมกราฟิกที่สวยงาม สีสันต่างๆ คมชัด อ่านค่าง่าย มีจอแสดงข้อมูลขับขี่บนกระจกบังลมหน้าหรือ Head-up Display ให้ผู้ขับได้รู้ข้อมูลการขับขี่สำคัญได้อย่างสะดวกโดยไม่ต้องละสายตาจากถนน
สิ่งหนึ่งที่โดดเด่นมากๆ คือแป้นเปลี่ยนเกียร์แบบไฟฟ้า Electronic Shifter การเปลี่ยนเกียร์ใช้วิธีการหมุน โดยหมุนซ้ายสุดเป็นเกียร์ R หมุนมาตรงกลางเป็นเกียร์ N หมุนมาขวาสุดเป็นเกียร์ D กดปุ่มตรงกลางเป็นเกียร์ P สำหรับจอด ซึ่งโดยรวมแล้วใช้งานง่ายมาก และใกล้ๆ กันยังมีปุ่มกดเบรกมือไฟฟ้าและปุ่มฟังก์ชัน Auto Brake Hold มาให้ใช้งานอย่างครบครัน

📌📌 ระบบความบันเทิงสุดไฮเทค
➡️➡️ ระบบความบันเทิงที่ทันสมัยที่สุด แสดงผลบนหน้าจอสัมผัสแบบลอยตัว Touch Screen Audio Display ขนาด 12 นิ้วบริเวณกึ่งกลางแดชบอร์ดที่มาพร้อมกับความบันเทิงเต็มรูปแบบและฟีเจอร์สุดล้ำมากมาย สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเพื่อเข้าถึงเนื้อหาออนไลน์และการสตรีมเพลงผ่านแอปพลิเคชันฟังเพลงชั้นนำอย่าง Joox รวมถึงรับข้อมูลข่าวสาร พยากรณ์อากาศ รายงานสภาพการจราจร เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังรองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนแบบไร้สายด้วยสัญญาณ Bluetooth มีระบบนำทางเนวิเกเตอร์ที่ละเอียดและแม่นยำ ตลอดจนรองรับการสั่งงานด้วยเสียง Voice Command สำหรับตั้งค่าต่างๆ ภายในรถเช่น สั่งปรับอุณหภูมิแอร์ สั่งเปิดหน้าต่าง สั่งเปิดวิทยุ ค้นหาเพลง ค้นหาสถานที่ ร้านอาหาร โรงแรม สถานที่ท่องเที่ยว และอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งนี้ หน้าจอ 12 นิ้วยังรวมการตั้งค่าสำคัญของรถเอาไว้ทั้งหมด ได้แก่ เครื่องปรับอากาศ การตั้งค่าตัวรถ ระบบแสงสว่าง ระบบความปลอดภัย สถานะการใช้พลังงาน ตลอดจนโหมดการขับขี่
รองรับการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน GWM Application บนมือถือ ดาวน์โหลดได้ทั้ง iOS และ Android เมื่อมีแอปฯ นี้ คุณจะสามารถตรวจสอบและสั่งการรถยนต์ได้จากสมาร์ทโฟน ได้แก่ ตรวจสอบสถานะประตูห้องโดยสารและประตูท้าย, หน้าต่างห้องโดยสาร, ระบบไฟนำทางและไฟสัญญาณ, ระดับน้ำมันเชื้อเพลิง, และอื่นๆ อีกมากมาย และผู้ขับยังสามารถอัพเดตเฟิร์มแวร์ผ่านระบบออนไลน์ FOTA ได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องเขาไปรับบริการที่ศูนย์ เรียกว่าครบถ้วนและอัจฉริยะมากๆ
สำหรับระบบเสียงภายในรถ เป็นชุดลำโพง 8 ตัวรอบห้องโดยสารพร้อม Treble Woofer และระบบ DTS ให้มิติเสียงรอบทิศทางที่มีความสมจริง คุณภาพเสียงที่ดีเยี่ยม และมีระบบปรับระดับเสียงดัง-เบาอัตโนมัติตามความเร็วที่รถวิ่ง

📌📌 ขุมพลังเครื่องยนต์ HAVAL H6 PHEV
➡️➡️ ไฮไลท์สำคัญของ HAVAL H6 Plug-in Hybrid คือระบบขับเคลื่อนไฮบริดประสิทธิภาพสูง โดยในระบบจะประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบเรียง 16 วาล์ว DOHC จ่ายเชื้อเพลิงแบบ Direct Injection ขนาดความจุ 1.5 ลิตร เทอร์โบ ผสานการทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง ให้กำลังรวมสูงสุด 230 แรงม้า แรงบิดรวมสูงสุดถึง 530 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติไฟฟ้าพร้อมเพลาขับเคลื่อนอิเล็กทรอนิกส์แบบ Multi-mode DHT ขับเคลื่อนล้อหน้า
สิ่งที่เหนือกว่าใครในท้องตลาดคือระยะทางขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนที่ All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid สามารถทำได้สูงสุดถึง 201 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC ถือว่ามากที่สุดของรถปลั๊กอินไฮบริดที่มีจำหน่ายในเมืองไทย ณ เวลานี้ ไม่ปล่อยมลพิษ ไม่มีเสียงเครื่องยนต์ เดินทางได้ไกลโดยไม่ต้องเสียค่าน้ำมัน
รองรับการขับขี่ที่หลากหลาย มีโหมดการขับขี่ ตั้งแต่โหมด Eco ที่เน้นการประหยัดพลังงานไปจนถึงโหมด Sports ที่เน้นขับขี่แบบเต็มสมรรถนะ ให้ความสนุกเร้าใจที่สุด นอกจากนี้รถยังมาพร้อมอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ดีเยี่ยม นอกจากนี้ ทุกครั้งที่ยกคันเร่งหรือเบรก รถจะแปลงพลังงานที่เกิดขึ้นเป็นไฟฟ้าชาร์จกลับไปเก็บที่แบตเตอรี่ ซึ่งกระบวนการนี้ผู้ขับยังสามารถปรับระดับความหน่วงของระบบ Energy Recuperation ได้ 3 ระดับ

📌📌 เทคโนโลยีช่วยขับขี่และระบบความปลอดภัย
➡️➡️ เทคโนโลยีช่วยขับขี่ของ All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid โดยฟีเจอร์ที่เป็นดั่งจุดขายของรถรุ่นนี้ก็คือระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ 3 รูปแบบ IAP ที่สามารถช่วยอำนวยความสะดวกได้ทั้งการจอดแบบเข้าซอง จอดแบบขนานฟุตบาธ และจอดตามแนวเฉียง ช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับการจอดในสถานที่ต่างๆ ได้ดี ระบบต่อมาคือระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันตามรถคันหน้า Adaptive Cruise Control ที่ช่วยล็อกความเร็วและรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าตามที่กำหนดไว้ สามารถเร่งและชะลอความเร็วตามรถคันหน้าได้อย่างนุ่มนวล นอกจากนี้ยังมีระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติที่ความเร็วต่ำ ซึ่งช่วยแบ่งเบาความเมื่อยล้าในการขับขี่แบบไหลตามรถคันข้างเป็นเวลานานๆ ได้
พร้อมระบบช่วยถอยหลังอัตโนมัติ ซึ่งรถจะใช้เซนเซอร์และกล้องรอบคันคอยบันทึกเส้นทางที่ขับผ่านมา และเมื่อกดใช้งานฟีเจอร์นี้รถจะทำการถอยหลังย้อนกลับตามเส้นที่เดิมที่ขับผ่านมาให้เองโดยอัตโนมัติ เพิ่มความสะดวกในพื้นที่แคบๆ ได้เป็นอย่างดี
อุปกรณ์ความปลอดภัยพื้นฐาน ไฮไลท์เด่นคือ กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศาที่สามารถแสดงภาพได้อย่างคมชัด สมจริง และดูง่าย มาพร้อมกับระบบเซนเซอร์แจ้งเตือนระยะด้านหน้าและด้านหลัง และก็ยังมีระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล ฯลฯ ส่วนของถุงลมนิรภัยมีทั้งหมด 6 ตำแหน่งรอบห้องโดยสาร และจุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX มาให้ที่บริเวณเบาะหลัง ทั้งนี้ All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid ไม่มีล้ออะไหล่ แต่ให้เป็นชุดปะยางฉุกเฉินมาแทน

📌📌 All New HAVAL H6 PHEV ที่สุดของยนตรกรรมปลั๊กอินไฮบริด
➡️➡️ All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid เป็นรถเอสยูวีปลั๊กอินไฮบริดที่ตอบโจทย์ผู้ขับขี่ยุคใหม่ด้วยดีไซน์ที่ล้ำสมัย อัดแน่นด้วยฟีเจอร์อัจฉริยะมากมาย พร้อมสมรรถนะเครื่องยนต์ที่ยอดเยี่ยม และสำคัญที่สุดคือระยะทางขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนที่ยาวไกลสูงสุดกว่า 201 กิโลเมตร ซึ่งถือว่าเยอะที่สุดในกลุ่มรถปลั๊กอินไฮบริด ที่วางจำหน่ายในประเทศไทย ณ เวลาปัจจุบัน ดังนั้นหากคุณกำลังมองหาความสุดยอดไม่ว่าจะเป็นด้านการขับเคลื่อน การใช้พลังงาน ความอเนกประสงค์ สะดวกสบาย และเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ตอบโจทย์ทุกกิจกรรมในชีวิต All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid เป็นคำตอบที่พร้อมจะสร้างประสบการณ์ดีๆ ให้กับคุณ ให้ความสนุกและปลอดภัยได้ทุกการเดินทาง