Skip to content
Home
News
Review
Press Release
Activities
Contact Us
Home
News
Review
Press Release
Activities
Contact Us
Search
Search
FORD คว้ารางวัลสถานประกอบกิจการต้นแบบ Total Worker Health ประจำปี 2568
January 14, 2026
Youtube
บริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ โรงงานเอฟทีเอ็ม ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดูแลบุคลากรอย่างครอบคลุมในทุกมิติ โดยได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 13 โรงงานต้นแบบระดับประเทศที่ได้รับรางวัล ‘สถานประกอบกิจการต้นแบบด้านการดูแลสุขภาพคนงานแบบองค์รวม’ (Total Worker Health) ประจำปี 2568 โดยนายนพวัตติ์ นิธิดำรงค์รัตน์ ผู้จัดการฝ่ายความปลอดภัยและอาชีวอนามัย เป็นตัวแทนรับมอบโล่รางวัลจาก เรือเอก สาโรจน์ คมคาย อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
ความสำเร็จในครั้งนี้สืบเนื่องมาจาก ‘โครงการพัฒนากลไกการสร้างเสริมสุขภาวะในองค์กร’ โดยกองความปลอดภัยแรงงาน ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซึ่งเอฟทีเอ็มได้รับเชิญให้เข้าร่วมในฐานะสถานประกอบกิจการที่มีผลงานด้านสุขภาวะโดดเด่นอย่างต่อเนื่อง โดยโรงงานได้ผ่านการอบรมและพัฒนาระบบการดูแลพนักงานอย่างเข้มข้น เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและสุขอนามัยให้ครอบคลุมทุกมิติชีวิตของพนักงาน
ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้เอฟทีเอ็มได้รับรางวัล คือ การนำเสนอโครงการ ‘Employee Assistance Program’ (EAP) หรือ โปรแกรมให้คำปรึกษาแก่พนักงานที่เน้นการดูแลด้านสุขภาพจิตใจอย่างจริงจัง โดยมีนักจิตวิทยามืออาชีพคอยให้คำแนะนำและกำกับดูแล ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตอย่างเป็นรูปธรรม จนสามารถผ่านเกณฑ์การประเมินที่เข้มงวดทั้ง 6 ด้าน และได้รับเลือกให้เป็นโรงงานต้นแบบในที่สุด
“รางวัล Total Worker Health คือ ความภาคภูมิใจที่สะท้อนว่า ฟอร์ดให้ความสำคัญกับ ‘พนักงาน’ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญขององค์กร” นายนพวัตติ์ นิธิดำรงค์รัตน์ ผู้จัดการฝ่ายความปลอดภัย และอาชีวอนามัย โรงงานเอฟทีเอ็ม กล่าว “เหนือสิ่งอื่นใดการได้รับเลือกเป็น 1 ใน 13 โรงงานต้นแบบครั้งนี้ จะเป็นแรงผลักดันให้เรามุ่งมั่นสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เปี่ยมด้วยความสุขและความปลอดภัย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงานทุกคนอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพใจที่เป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญไม่แพ้เรื่องอื่น และได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากฝ่ายบริหาร”
หัวใจหลักในการบริหารจัดการด้านสุขภาวะของฟอร์ดประกอบด้วย 6 ด้านสำคัญ ดังนี้:
1. นโยบายที่เข้มแข็งและชัดเจน: ขับเคลื่อนและสื่อสารนโยบายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสุขภาวะองค์กรสู่พนักงานและผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ โดยถ่ายทอดเป็นพันธกิจที่เหมาะสม พร้อมกำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัด (KPIs) ที่ชัดเจน และมีการทบทวนผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ
2. พลังสนับสนุนจากผู้นำ: ฝ่ายบริหารไม่เพียงสนับสนุนด้านงบประมาณ แต่ยังลงมือปฏิบัติเป็นต้นแบบ โดยเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมสุขภาวะอย่างต่อเนื่อง อาทิ การแข่งขันกีฬาฟุตบอล วอลเลย์บอล การวิ่ง และโยคะ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับทีมงาน
3. การมีส่วนร่วมในทุกมิติ: ส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมในกิจกรรมสร้างสรรค์สังคมและสุขภาพ ทั้งการบริจาคโลหิต การมอบทุนการศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพพนักงาน การจัดอบรมโดยวิทยากรด้านการออกกำลังกาย รวมถึงการรณรงค์ให้ความรู้เรื่องโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) กิจกรรมวันสุขภาพจิตโลก และการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
4. กลไกการทำงานที่มีประสิทธิภาพ: ดำเนินงานผ่านความร่วมมือของคณะกรรมการลูกจ้างและคณะกรรมการความปลอดภัย (คปอ.) เพื่อร่วมกันวางระบบการดำเนินงานที่คล่องตัว เห็นผลลัพธ์เป็นรูปธรรม และตอบสนองต่อสวัสดิภาพของพนักงานอย่างแท้จริง
5. การบูรณาการแบบองค์รวม: ผสานมิติด้านความปลอดภัยและสุขภาวะให้เป็นเนื้อเดียวกันตามแนวทาง Total Worker Health เพื่อการดูแลพนักงานที่ครอบคลุมทั้งร่างกายและจิตใจ
6. การตอบโจทย์ความต้องการของพนักงาน: มุ่งเน้นโครงการที่เข้าถึงปัญหาและช่วยเหลือพนักงานได้จริง เช่น โครงการ ‘Employee Assistance Program’ (EAP) ที่ให้คำปรึกษาโดยนักจิตวิทยามืออาชีพ เพื่อประคับประคองสุขภาพจิตของพนักงานในทุกสถานการณ์
Previous Article
Next Article
You May Also Like
สำหรับใครที่วางแผนซื้อ NEVO Q05
อ่านเพิ่มเติม
Honda Civic 2026 ตัวใหม่ที่มี S+ Shift และ Blindspot น่าซื้อไหม?
อ่านเพิ่มเติม
รีวิวใช้งาน Mazda 6e สรุปเป็นรถที่ดีไหม
อ่านเพิ่มเติม
OMODA & JAECOO แถลงทิศทางชู REEV Pioneer ในไทย พร้อมแคมเปญ “Right Deal, Right Now”
อ่านเพิ่มเติม
Home
News
Review
Press Release
Activities
Contact Us
Home
News
Review
Press Release
Activities
Contact Us