รถ EV ลุยน้ำท่วมได้ไหม? รวมคำตอบเรื่องรถไฟฟ้ากับฝนและน้ำท่วม

ช่วงฤดูฝน และสถานการณ์น้ำท่วมขัง หนึ่งในคำถามที่เจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ให้ความสนใจ คือ รถ EV ลุยน้ำท่วมได้ไหม แบตเตอรี่โดนน้ำแล้วจะไฟช็อตหรือไม่ และสามารถชาร์จรถ EV ขณะฝนตกได้หรือเปล่า เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้ามีระบบแบตเตอรี่แรงดันสูง จึงทำให้ผู้ใช้รถจำนวนไม่น้อยยังมีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยเมื่อต้องเผชิญกับฝนตกหนักหรือน้ำท่วมขัง

ซึ่งหลังจากที่ทางมาสด้า ประเทศไทย ได้เปิดตัว Mazda 6e รถยนต์ไฟฟ้าแบบ 5 ประตู หรือ NeoFastback เข้าสู่ตลาดไทย และเตรียมเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า BEV รุ่นที่ 2 อย่าง Mazda CX-6e ในเดือนตุลาคม 2569 ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าในรูปแบบ SUV ที่เข้ามาเสริมทัพผลิตภัณฑ์พลังงานไฟฟ้าของแบรนด์ในประเทศไทย ดังนั้นทางมาสด้าจึงได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าท่ามกลางฝนตก และน้ำท่วม พร้อมคำแนะนำในการขับรถ EV ผ่านพื้นที่น้ำท่วมขัง รวมถึงแนวทางรับมือกรณีรถตกน้ำหรือจมน้ำ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้รถเข้าใจข้อจำกัด และใช้งานรถได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น

แบตเตอรี่รถ EV โดนน้ำแล้วไฟช็อตไหม?

ทั่วไปรถยนต์ไฟฟ้าได้รับการออกแบบให้ชุดแบตเตอรี่ มอเตอร์ไฟฟ้า และระบบไฟฟ้าแรงดันสูงมีการป้องกันน้ำและความชื้น เพื่อรองรับการใช้งานในสภาพฝนตก รวมถึงการสัมผัสน้ำตามเงื่อนไขที่ผู้ผลิตกำหนด นอกจากนี้รถ EV ยังมีระบบตรวจสอบความผิดปกติของระบบไฟฟ้าและสามารถตัดการทำงานของระบบไฟฟ้าแรงดันสูงเมื่อพบความผิดปกติ

อย่างไรก็ตาม ระดับการป้องกันน้ำของรถแต่ละรุ่นแตกต่างกัน ผู้ใช้จึงควรตรวจสอบมาตรฐานและระดับความสามารถในการลุยน้ำจากคู่มือประจำรถหรือข้อมูลจากผู้ผลิตโดยตรง ไม่ควรนำค่า IP Rating มาใช้เป็นตัวกำหนดความลึกในการขับรถลุยน้ำเพียงอย่างเดียว

IP Rating คืออะไร?

IP Rating หรือ Ingress Protection Rating เป็นมาตรฐานที่ใช้ระบุระดับการป้องกันอุปกรณ์จากฝุ่นละอองและน้ำ โดยตัวเลขจะประกอบด้วย 2 หลัก
  • ตัวเลขหลักแรก ระบุระดับการป้องกันฝุ่นและสิ่งแปลกปลอม
  • ตัวเลขหลักที่สอง ระบุระดับการป้องกันน้ำ
ตัวอย่างเช่น IP67 และ IP68 ซึ่งเป็นระดับที่พบได้ในอุปกรณ์และระบบของรถยนต์ไฟฟ้าบางรุ่น โดยรายละเอียดเรื่องความลึกและระยะเวลาที่สามารถสัมผัสน้ำได้ต้องอ้างอิงเงื่อนไขการทดสอบและข้อกำหนดของผู้ผลิตแต่ละราย

สำหรับชุดแบตเตอรี่รถ EV ผู้ผลิตจะมีการออกแบบระบบซีล และป้องกันความชื้น รวมถึงทดสอบการสัมผัสน้ำตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ระบบสามารถทำงานได้ตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัย

รถ EV ลุยน้ำท่วมได้ลึกแค่ไหน?

แม้รถ EV จะมีระบบป้องกันน้ำ แต่ไม่ได้หมายความว่าสามารถขับลุยน้ำได้ทุกระดับความลึก ระดับน้ำที่รถสามารถผ่านได้ขึ้นอยู่กับรุ่นรถ การออกแบบตัวถัง ตำแหน่งชิ้นส่วนสำคัญ และค่าความลึกในการลุยน้ำ หรือ Wading Depth ที่ผู้ผลิตกำหนด

หากจำเป็นต้องขับผ่านน้ำท่วม ควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีน้ำสูงจนถึงขอบประตูหรือมีน้ำไหลเชี่ยว เพราะนอกจากความเสี่ยงต่อตัวรถแล้ว ยังอาจทำให้ผู้ขับขี่ไม่สามารถประเมินสภาพถนนหรือสิ่งกีดขวางใต้ผิวน้ำได้

ไม่ควรใช้ IP Rating เป็นตัวเลขเพื่อคำนวณว่ารถสามารถลุยน้ำได้ลึกเท่าใด เพราะมาตรฐาน IP เป็นการทดสอบการป้องกันของชิ้นส่วนหรือระบบตามเงื่อนไขเฉพาะ ไม่ใช่มาตรฐานสำหรับกำหนดความสามารถในการขับรถผ่านน้ำท่วมโดยตรง

ชาร์จรถ EV ตอนฝนตกอันตรายไหม?

การชาร์จรถ EV ในช่วงฝนตกสามารถทำได้เมื่อใช้อุปกรณ์และระบบชาร์จที่ได้มาตรฐาน รวมถึงติดตั้งอย่างถูกต้องตามข้อกำหนดของผู้ผลิตและระบบไฟฟ้า หัวชาร์จและพอร์ตชาร์จของรถยนต์ไฟฟ้าได้รับการออกแบบให้มีระบบป้องกันน้ำตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ระบบชาร์จจะมีการสื่อสารระหว่างรถกับอุปกรณ์ชาร์จ เพื่อตรวจสอบความพร้อมก่อนจ่ายกระแสไฟฟ้า หากตรวจพบความผิดปกติ เช่น การเชื่อมต่อไม่สมบูรณ์หรือระบบมีปัญหา ระบบสามารถหยุดหรือไม่เริ่มจ่ายกระแสไฟฟ้าได้

อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ควรหลีกเลี่ยงการจับหัวชาร์จด้วยมือที่เปียกมาก รวมถึงไม่ควรใช้อุปกรณ์ชาร์จ สายไฟ หรือปลั๊กที่ชำรุด และควรปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิตรถและอุปกรณ์ชาร์จอย่างเคร่งครัด

เทคนิคขับรถ EV ลุยน้ำท่วมอย่างปลอดภัย

  • 0-20 ซม. (ปลอดภัย): น้ำต่ำกว่าโครงสร้างแชสซี ขับผ่านได้ปกติ
  • 20-40 ซม. (ควรหลีกเลี่ยง): น้ำถึงระดับแชสซีและมอเตอร์ หากจำเป็นต้องใช้ความเร็วต่ำและคงที่
  • 40 ซม.ขึ้นไป (อันตราย): สูงเกินขีดจำกัด น้ำอาจเข้าห้องโดยสารและระบบระบายความร้อน ห้ามขับลุยเด็ดขาด

เคล็ดลับการขับขี่ และดูแลหลังลุยน้ำ

  1. ประเมินสถานการณ์: หลีกเลี่ยงหากน้ำสูงเกิน 20-30 ซม. ไหลเชี่ยว หรือมีรถคันหน้าดับกลางทาง
  2. ใช้ความเร็วต่ำและคงที่: ขับด้วยความเร็ว 10-15 กม./ชม. เพื่อไม่ให้เกิดคลื่นน้ำ (Bow Wave) ซัดเข้าตัวรถ
  3. ไล่ความชื้นระบบเบรก: เมื่อพ้นน้ำ ให้เหยียบเบรกย้ำๆ เบาๆ เพื่อให้เกิดความร้อนช่วยไล่ความชื้นและคืนประสิทธิภาพการเบรก
  4. ล้างทำความสะอาดช่วงล่าง: รีบฉีดล้างโคลนและสิ่งสกปรกออกทันที เพื่อป้องกันสนิมและการกัดกร่อน

ข้อควรระวัง: หากรถดับกลางน้ำท่วม ให้ออกจากตัวรถไปยังที่ปลอดภัย และติดต่อบริการช่วยเหลือฉุกเฉินทันที

หากรถ EV ตกน้ำหรือจมน้ำ ควรทำอย่างไร?

กรณีรถตกน้ำหรือจมน้ำ สิ่งสำคัญที่สุดคือ ความปลอดภัยของผู้โดยสาร ไม่ควรพยายามรักษารถจนทำให้ตัวเองตกอยู่ในอันตราย หากรถยังสามารถเปิดกระจก หรือปลดล็อกประตูได้ ควรรีบออกจากรถไปยังจุดที่ปลอดภัยโดยเร็วที่สุด

หากรถจมน้ำหรือถูกน้ำท่วมจนระบบไฟฟ้าได้รับผลกระทบ ไม่ควรพยายามสตาร์ตรถหรือขับรถต่อ ควรติดต่อบริษัทประกันภัยและบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน รวมถึงนำรถเข้าศูนย์บริการเพื่อให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบระบบไฟฟ้าแรงดันสูง แบตเตอรี่ และส่วนประกอบที่เกี่ยวข้อง ในกรณีรถจมน้ำหรือแช่น้ำเป็นเวลานาน แม้ภายนอกจะดูไม่มีความเสียหาย ก็ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบก่อนนำกลับมาใช้งานหรือชาร์จไฟ

สรุป รถ EV ลุยน้ำท่วมได้ไหม?

รถยนต์ไฟฟ้าได้รับการออกแบบให้มีระบบป้องกันน้ำ และความชื้นในส่วนสำคัญ แต่ไม่ได้หมายความว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะสามารถลุยน้ำท่วมได้ทุกระดับ สิ่งสำคัญที่สุดคือการตรวจสอบระดับความลึกของน้ำ หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีน้ำไหลเชี่ยวหรือไม่สามารถประเมินสภาพถนนได้ และปฏิบัติตามค่าความสามารถในการลุยน้ำ ที่ผู้ผลิตรถแต่ละรุ่นกำหนด

ส่วนการชาร์จรถ EV ตอนฝนตกสามารถทำได้เมื่อใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน และติดตั้งอย่างถูกต้อง แต่ผู้ใช้ต้องหลีกเลี่ยงอุปกรณ์ที่ชำรุดหรือการใช้งานในสภาพที่ไม่ปลอดภัย ทั้งนี้การขับรถในช่วงฝนตกหนักหรือน้ำท่วมยังควรให้ความสำคัญกับสภาพถนน ระดับน้ำ ทัศนวิสัย และความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นอันดับแรก

ขอบคุณข้อมูลจากทาง : mazda.co.th