Skip to content
Home
News
Review
Press Release
Activities
Contact Us
Home
News
Review
Press Release
Activities
Contact Us
Search
Search
ส่องโครงการ “รถเก่าแลกใหม่” เพื่อใครและมีเงื่อนไขอะไรบ้าง
May 7, 2026
Youtube
โครงการ "รถเก่าแลกรถใหม่" ในปี 2569 เป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมที่รัฐบาลกำลังเร่งสรุป โดยมีเป้าหมายลดฝุ่น PM 2.5 และสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) คาดนำร่อง 1-2 หมื่นคัน พร้อมข้อเสนอส่วนลดจูงใจและการอุดหนุน ซึ่งช่วยเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ
รายละเอียดมาตรการ “รถเก่าแลกรถใหม่ 69” (อัปเดต 2026) เป้าหมาย: เปลี่ยนรถยนต์เก่าที่มีมลพิษสูงเป็นรถยนต์ใหม่ โดยเฉพาะ EV หรือ Hybrid สมาคมยานยนต์ฯ เสนอให้รัฐอุดหนุนสูงถึง 85,000 บาทต่อคัน
เล็งนำร่อง 1-2 หมื่นคัน และเน้นการจัดการรถเก่าไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสำหรับรถเก่าที่ต้องการจดทะเบียนใหม่ ต้องระงับทะเบียนเดิมและดำเนินการผ่านขนส่ง
ข้อดี-ข้อเสียระหว่างรถเก่าและรถใหม่รถใหม่ (EV/Hybrid)
ข้อดี คือ ผู้บริโภคมีโอกาสใช้รถยนต์ที่ประหยัดค่าพลังงาน ลดมลพิษ เทคโนโลยีทันสมัย ปลอดภัยสูง แต่อาจต้องขยับงบเพิ่มเนื่องจากที่ราคาสูงกว่ารถเก่า แต่ก็ได้รับเงินสนับสนุนโดยรวมจึงราคาถูกลง ซ่อมบำรุงง่ายในอู่ทั่วไป แต่จะมีค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนอะไหล่บ่อย (เช่น แบตเตอรี่, ผ้าเบรก, น้ำมันเครื่อง)
ข้อเสียคือ สำหรับผู้ที่ไม่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนรถจริง ๆ อาจจะกลัวไม่ได้ใช้สิทธิ์ จึงรีบซื้อรถโดยโดยที่อาจจะยังไม่มีความพร้อมในการดาวน์หรือผ่อน อาจทำให้ดีมานด์เกินปกติ ทำกลไลตลาดระยะยาวอาจเปลี่ยนแปลงไปในทางแย่ลงก็ได้
รายละเอียดเบื้องต้นของโครงการ "รถเก่าแลกรถใหม่ 2569" (หรือโครงการกำจัดซากรถยนต์ใช้แล้ว ELV) ที่กรมสรรพสามิตและกระทรวงการคลังกำลังสรุปเพื่อเสนอ ครม. มีดังนี้
1. สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับส่วนลดเงินอุดหนุน: มีข้อเสนอให้รัฐสนับสนุนเงินประมาณ 85,000 - 100,000 บาทต่อคัน โดยสมาคมยานยนต์ฯ เสนอที่ 85,000 บาท ซึ่งเป็นราคาเฉลี่ยของรถเก่าอายุ 25 ปีในตลาด เพื่อจูงใจให้คนนำรถมาทำลายซากแทนการขายต่อส่วนลดหน้าโชว์รูม รูปแบบจะเป็นการจ่ายเงินอุดหนุนตรงไปยังค่ายรถ เพื่อนำไปเป็น ส่วนลดราคารถใหม่ทันที ให้กับผู้ซื้อสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ: คาดว่าจะมีสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษประมาณ 3.5% ในช่วง 1-2 ปีแรก วงเงินสูงสุด 2 ล้านบาทสิทธิลดหย่อนภาษี: อาจมีการนำยอดค่าซื้อรถใหม่ไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หรือลดภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ลงสูงสุด 80%
2. เงื่อนไขรถยนต์ที่เข้าร่วมรถคันใหม่:ต้องเป็นรถที่ ผลิตในประเทศไทยเท่านั้นต้องเป็นรถปล่อยคาร์บอนต่ำ ได้แก่ รถยนต์ไฟฟ้า (BEV), ไฮบริด (HEV), และปลั๊กอินไฮบริด (PHEV)อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะครอบคลุมถึงรถกระบะและรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าด้วยหรือไม่รถคันเก่า:เบื้องต้นคาดว่าต้องเป็นรถที่มีอายุการใช้งาน 10-15 ปีขึ้นไปต้องเป็นรถที่สามารถใช้งานได้จริงและจดทะเบียนถูกต้อง เพื่อนำเข้าสู่ระบบจัดการซากที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
3. จำนวนสิทธิ์และกำหนดการจำนวนจำกัด: ระยะแรก (Phase 1) จะนำร่องเพียง 10,000 - 20,000 คันเกณฑ์การรับสิทธิ์: ใช้ระบบ "มาก่อนได้ก่อน" (First-come, First-served) ผ่านการลงทะเบียนความคืบหน้า: กรมสรรพสามิตคาดว่าจะสรุปรายละเอียดและเกณฑ์ทั้งหมดเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังภายใน กลางเดือนพฤษภาคม 2569 นี้
แม้ว่านโยบายนี้จะเป็นการกระตุ้นและช่วยให้เศรษฐกิจในอุตสาหกรรมยานยนต์เติบโตต่อไปได้ และเน้นในการช่วยเหลือผู้ผลิตรถยนต์ในหลาย ๆ แบรนด์ทั้งในไทยเองและจากต่างประเทศ แต่ก็ยังขาดสิ่งสำคัญไปนั่นคือ การกลับมามองดูว่า รถยนต์ที่เป็นพลังงานสันดาป จะเดินหน้าอย่างไรต่อไป หรือเครื่องยนต์ดีเซลที่ยังมีความต้องการในการใช้งานในประเทศอีกมากมาย จะมีนโยบายใดมาช่วยเหลือส่วนนี้บ้าง
แล้วค่ายรถที่ตลอดระยะเวลาทำตลาดในไทยมีการใช้เครื่องยนต์ดีเซลในภาคขนส่งเป็นหลัก จะกลายเป็นผ๔้ขาดประโยชน์ตรงนี้ ทั้งที่เงินอุดหนุนเหล่านี้ก็ต้องมาจากการ กู้ยืม หรือ ภาษีของคนไทย
แหล่งข้อมูล :
กรุงเทพธุรกิจ
thairath.co.th
TNN Thailand
Previous Article
Next Article
You May Also Like
มัดรวมค่ายรถช่วยลูกค้าน้ำท่วม ลดค่าแรง-อะไหล่ 30-50% ถึงสิ้นปี 2569
อ่านเพิ่มเติม
เจาะลึกเทคโนโลยีดีเซล 3.0 ลิตร ใน TANK 500 3.0T
อ่านเพิ่มเติม
CUB HOUSE X IRC จัดทริป “โค้งเขา เงานำ” ลุยสังขละบุรี 750 กม. สัมผัสเสน่ห์วัฒนธรรมมอญ
อ่านเพิ่มเติม
PTG คว้ารางวัล “องค์กรต้นแบบสิทธิมนุษยชนดีเด่น 2 ปี ซ้อน
อ่านเพิ่มเติม
Home
News
Review
Press Release
Activities
Contact Us
Home
News
Review
Press Release
Activities
Contact Us