สิ้นสุดการรอคอย ! หลังจากที่ Mitsubishi Motors เปิดตัว All New Mitsubishi PAJERO รถเอสยูวีระดับเรือธงเจเนอเรชันใหม่ล่าสุด อย่างเป็นทางการครั้งแรกในโลก (World Premiere) ในประเทศญี่ปุ่น โดยการกลับมาครั้งนี้ของชื่อ PAJERO เป็นการกลับมาใหม่หลังยุติการทำตลาดในตลาดต่างประเทศไปตั้งแต่ปี 2564 โดย All New PAJERO รุ่นใหม่ยังคงแนวคิด SUV สายลุยแบบ Cross-Country พร้อมยกระดับความหรูหราและเทคโนโลยีให้เข้าใกล้รถ SUV ระดับพรีเมียมมากขึ้น จุดที่น่าสนใจที่สุดสำหรับประเทศไทยคือ All New Mitsubishi Pajero ผลิตในประเทศไทย และประเทศไทยจะเป็นตลาดแรกที่เปิดตัว ก่อนตามด้วยญี่ปุ่น และออสเตรเลียภายในปีงบประมาณ 2569 จากนั้นจะทยอยทำตลาดในประมาณ 100 ประเทศทั่วโลกตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป ซึ่งการกลับมาครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการนำชื่อ PAJERO กลับมาใช้ แต่ทาง Mitsubishi วางให้เป็น Flagship SUV ของแบรนด์ โดยยังคง DNA ด้านการขับขี่แบบออฟโรด พร้อมเติมความสะดวกสบายและความพรีเมียมเข้ามาอย่างจริงจัง
All New Mitsubishi PAJERO กลับมาพร้อมตัวถังแบบ Ladder Frame
สำหรับ All New PAJERO จะปรับเปลี่ยนจากโครงสร้างแบบ Monocoque ที่เคยติตตั้งไว้บน PAJERO เจเนอเรชันก่อนหน้านี้ มาเป็นโครงสร้าง Ladder Frame ที่ต่อยอดมาจาก Mitsubishi Triton แต่มีการพัฒนาห้องโดยสาร รวมถึงระบบกันสะเทือนด้านหน้าและด้านหลังให้เหมาะสมกับการเป็น SUV โดยเฉพาะ
ซึ่ง Mitsubishi ระบุว่าโครงสร้างตัวถังได้รับการเพิ่มความแข็งแรงด้วยการใช้เหล็กกำลังสูงมากขึ้น พร้อมเพิ่มพื้นที่หน้าตัดของเฟรม เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งต่อแรงบิดและแรงดัด ขณะเดียวกันยังพยายามลดน้ำหนักของโครงสร้างลง
โดยแนวทางนี้ทำให้ PAJERO ใหม่จะแตกต่างจาก SUV หลายรุ่นที่หันไปใช้โครงสร้างแบบ Monocoque เพราะ Mitsubishi ยังคงต้องการให้ Pajero เป็นรถที่สามารถใช้งานบนเส้นทางออฟโรดได้อย่างจริงจัง
ดีไซน์ PAJERO ใหม่เน้นความแข็งแกร่ง แต่แฝงกลิ่นอาย Pajero รุ่นดั้งเดิม
All New Mitsubishi PAJERO ใช้แนวทางการออกแบบ “Grand Charisma” เน้นตัวถังทรงเหลี่ยมตั้งตรง เส้นสายแนวนอน และซุ้มล้อที่ดูแข็งแรง
ด้านหน้ามาพร้อมไฟหน้า LED รูปทรง T-Shape และมีกระจังหน้าให้เลือก 2 รูปแบบ ได้แก่ แบบแนวนอน และแบบ Honeycomb Mitsubishi ยังนำรายละเอียดจาก PAJERO รุ่นเก่ากลับมาออกแบบใหม่ เช่น เสา C ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Roll Bar ของ PAJERO รุ่นแรก และดีไซน์ด้านท้ายทรงหกเหลี่ยมที่ตีความใหม่จากแนวคิดของฝาครอบยางอะไหล่ด้านท้ายใน Pajero รุ่นก่อน
จึงถือเป็นการออกแบบที่พยายามรักษาเอกลักษณ์ของ PAJERO เอาไว้ แต่ไม่ทำให้ดูย้อนยุคจนเกินไป
ขนาดตัวรถ All New Mitsubishi PAJERO จะมีความยาว 4,920 มม., กว้าง 1,925 มม. สูง 1,910 มม. ระยะฐานล้อ 2,870 มม. ความกว้างช่วงล้อหน้า 1,630 มม. ความกว้างช่วงล้อหลัง 1,630 มม. ซึ่งตัวเลขดังกล่าวทำให้ PAJERO ใหม่มีขนาดอยู่ในกลุ่ม SUV 7 ที่นั่งแบบ Body-on-Frame ขนาดใหญ่ และมีตัวถังใหญ่กว่า Pajero Sport รุ่นปัจจุบันอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับ Pajero Sport ที่มีความยาวประมาณ 4,825–4,840 มม. แล้ว PAJERO ใหม่ขยับความยาวขึ้นมาเป็น 4,920 มม. ขณะที่ฐานล้อเพิ่มขึ้นเป็น 2,870 มม.
มาพร้อม Ground Clearance หรือระยะห่างจากพื้นที่มากถึง 230 มม.และมีมุมตัวรถสำหรับการขับขี่ออฟโรดดังนี้- Approach Angle: 30.4 องศา
- Ramp Breakover Angle: 22.6 องศา
- Departure Angle: 25.8 องศา
ซึ่งตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า Pajero ใหม่ยังคงถูกพัฒนาให้เป็นรถ Cross-Country SUV อย่างแท้จริง ไม่ได้เน้นเฉพาะรูปลักษณ์แบบรถลุยเท่านั้น
ขุมพลัง All New Mitsubishi PAJERO กับเครื่องยนต์ ดีเซล 2.4 ลิตร
ขุมพลังของ PAJERO ใหม่ เป็นเครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร Clean Diesel พร้อมเทอร์โบ VGT แบบ Single Turbo ให้แรงม้าลงพื้นได้มากถึง 204 แรงม้า (PS) ที่ 3,500 รอบ/นาที มาพร้อมจุดเด่นคือแรงบิดสูงสุดถึง 480 นิวตันเมตร ที่ 1,750 – 2,500 รอบ/นาที ถือว่ามีกำลังมากที่สุดในไลน์อัพของทางมิตซูบิชิ โดย Mitsubishi ออกแบบให้มีแรงบิดตอบสนองได้กว้าง ตั้งแต่การออกตัวไปจนถึงความเร็วสูง เครื่องยนต์จับคู่กับ เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อม Sport Mode ซึ่งเป็นเกียร์ที่พัฒนาขึ้นใหม่สำหรับ PAJERO รุ่นนี้ จุดที่น่าสนใจคือ PAJERO ไม่ได้เน้นแรงม้าอย่างเดียว Mitsubishi เลือกที่จะให้ความสำคัญกับแรงบิดและการควบคุมในสภาพการขับขี่ที่หลากหลาย เพราะกลุ่มเป้าหมายของ PAJERO ไม่ได้มีเพียงผู้ใช้ในเมือง แต่รวมถึงผู้ที่เดินทางไกลและผู้ที่นำรถออกไปใช้งานบนเส้นทางทุรกันดาร
Super Select 4WD-II + S-AWC หนึ่งไฮไลต์สำคัญของ
จุดแข็งของ PAJERO รุ่นใหม่อยู่ที่ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II หรือ SS4-II ทำงานร่วมกับ Super-All Wheel Control หรือ S-AWC ระบบ SS4-II สามารถเลือกการขับเคลื่อนได้ 4 รูปแบบ- 2H – ขับเคลื่อนล้อหลัง
- 4H – ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Full-Time 4WD
- 4HLc – 4WD พร้อมล็อก Center Differential
- 4LLc – 4WD พร้อมล็อก Center Differential และ Low Range
ด้าน S-AWC ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของระบบขับเคลื่อน การเข้าโค้ง และการเบรก เพื่อช่วยให้รถมีเสถียรภาพและควบคุมได้ง่ายขึ้นทั้งบนถนนดำและเส้นทางออฟโรด มีโหมดขับขี่ให้เลือกเล่นได้ 7 โหมด Pสำหรับสภาพพื้นผิวแตกต่างกัน ได้แก่ Normal / Eco / Gravel / Snow / Mud / Sand / Rock
ส่งผลทำให้ PAJERO ใหม่ มีความสามารถในการปรับการตอบสนองให้เหมาะกับสภาพเส้นทางมากกว่าการเป็น SUV 7 ที่นั่งทั่วไป นอกจากนี้ยังมากัยระบบควบคุมการหมุนตัวรถขณะเข้าโค้ง Active Yaw Control (AYC)
ภายใน All New Mitsubishi PAJERO หรูขึ้นกว่าที่เคย
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนคือห้องโดยสาร ซึ่ง Mitsubishi ต้องการให้ PAJERO ใหม่มีความพรีเมียมมากขึ้น แผงแดชบอร์ดออกแบบในแนวนอน พร้อมชุดหน้าจอขนาดใหญ่ โดยมีจอ 14.3 นิ้ว และเรือนไมล์ดิจิทัลขนาด 14.3 นิ้ว อีกหนึ่งไฮไลต์คือ Multi Meter ที่นำแนวคิดมาตรวัด 3 วงกลมของ Pajero รุ่นเก่ามาพัฒนาใหม่ในรูปแบบดิจิทัล โดยสามารถแสดงข้อมูล เช่น ระดับความสูง, ทิศทางเข็มทิ, อุณหภูมิ, มุม Pitch,มุม Roll และสถานะระบบ AYC
นอกจากนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อสมาร์ตโฟนแบบไร้สายผ่านระบบ Smartphone-link Display Audio
7 ที่นั่ง พร้อมเน้นความสบายทั้ง 3 แถว
All New Mitsubishi PAJERO ยังคงเป็น SUV 7 ที่นั่ง 3 แถว โดย Mitsubishi ให้ความสำคัญกับพื้นที่โดยสารแถวที่ 3 มากขึ้น เบาะแถวที่ 2 สามารถเลื่อนได้เพื่อเพิ่มพื้นที่สำหรับผู้โดยสารแถวที่ 3 รวมถึงช่วยให้การเข้าออกทำได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังมีระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 3-Zone และระบบระบายอากาศที่เบาะนั่ง เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางระยะไกล Mitsubishi ยังเพิ่มมาตรการลดเสียงรบกวน โดยใช้กระจก Acoustic Glass และเพิ่มวัสดุดูดซับเสียงหลายตำแหน่ง เพื่อให้ห้องโดยสารเงียบขึ้น
All New Mitsubishi PAJERO vs คู่แข่งในประเทศไทย
สำหรับการกลับมาของ PAJERO ใหม่ในครั้งนี้ทำให้มิตซูบิชิต้องเผชิญกับคู่แข่งที่แข็งแกร่งในตลาด SUV 7 ที่นั่ง โดยเฉพาะ Toyota Fortuner, Ford Everest และ Isuzu MU-X รวมถึงใน Segment เดียวกัน และ ใกล้เคียง ทั้ง Toyota Land Cruiser 250, Toyota Land Cruiser 300 และ Nissan Patrol แต่ทั้ง 3 คันดังกล่างนี้ไม่มีวางขายในบ้านเรา แต่ด้วย All New PAJERO จะมีฐานการผลิตในประเทศไทย ซึ่งเข้าเกณฑ์ภาษีสรรพสามิตกลุ่มรถ PPV ด้วยเหตุนี้ในบ้านเรา จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่หลายคนจะนำไปเปรียบเทียบกับกลุ่ม SUV/PPV รุ่น Top ที่มีช่วงราคาใกล้เคียงกัน ไม่วาจะเป็น Mitsubishi Pajero Sport พี่น้องบ้านเดียวกัน Ford Everest, Toyota Fortuner, Isuzu MU-X รวมถึง GWM TANK 500
All New PAJERO vs Toyota Fortuner
Toyota Fortuner ถือเป็นคู่แข่งโดยตรงที่สุดในตลาดไทย เนื่องจากเป็น SUV 7 ที่นั่งแบบ Body-on-Frame ที่มีฐานลูกค้าขนาดใหญ่ Fortuner Legender ในไทยปัจจุบันมีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 1.643 ล้านบาท สำหรับรุ่น 2.4 Legender และ 1.713 ล้านบาท สำหรับรุ่น 2.4 Legender 4WD ขณะที่ 2.8 Legender เริ่มต้น 1.835 ล้านบาท
จุดเด่นของ Fortuner คือชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือ เครือข่ายบริการ และราคาขายต่อ แต่ PAJERO ใหม่มีความได้เปรียบในเรื่อง ขนาดตัวรถ + เทคโนโลยี S-AWC + Super Select 4WD-II + เทคโนโลยีช่วยขับขี่ + ความใหม่ของผลิตภัณฑ์ ดังนั้น หาก Mitsubishi ตั้งราคาได้เหมาะสม Pajero ใหม่มีโอกาสดึงลูกค้าจาก Fortuner ได้โดยตรง
All New PAJERO vs Ford Everest
Ford Everest ถือเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดในด้านเทคโนโลยีและสมรรถนะ Everest ในไทยเริ่มต้นที่ 1.379 ล้านบาท สำหรับรุ่น Active และรุ่น Sport เริ่มประมาณ 1.614 ล้านบาท ขณะที่รุ่น Platinum มีราคาอยู่ในช่วงประมาณ 1.79 ล้านบาท อีกทั้ง Everest ยังมีเครื่องยนต์ดีเซล V6 3.0 ลิตรในรุ่นท็อป ให้กำลังสูงสุด 250 PS และแรงบิด 600 นิวตันเมตร พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด และระบบ 4WD ดังนั้นถ้าเปรียบเทียบเฉพาะตัวเลขสมรรถนะ เครื่องยนต์ V6 ของ Everest ยังคงได้เปรียบ PAJERO 2.4 ลิตร อย่างชัดเจน แต่ PAJERO ใหม่จะตอบโจทย์ผู้ที่ให้ความสำคัญกับระบบ 4WD และความสามารถในการใช้งานออฟโรดเป็นหลัก
All New PAJERO vs Isuzu MU-X
Isuzu MU-X เป็นอีกหนึ่งคู่แข่งสำคัญ เพราะมีราคาและขนาดตัวรถใกล้เคียงกับตลาดที่ Mitsubishi ต้องการเข้าไปแข่งขัน ปัจจุบัน MU-X มีทั้งเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 และ 3.0 ลิตร โดยราคาอยู่ที่ประมาณ 1.194–1.759 ล้านบาท และมีรุ่น 4WD ให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ 2.2 และ 3.0 ลิตร ส่วนในรุ่น 3.0 Ddi RS 4WD ให้กำลังประมาณ 190 PS และแรงบิด 450 นิวตันเมตร ขณะที่เครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE ให้แรงบิดประมาณ 400 นิวตันเมตร ดังนั้น PAJERO ใหม่จะได้เปรียบ Isuzu ในแง่แรงบิดสูงสุด หากเปรียบเทียบกับเครื่องยนต์ 2.2 และ 3.0 ของทางแบรนด์ตรีเพชร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น Isuzu ยังคงมีจุดแข็งในเรื่องของด้านราคา ความคุ้มค่า และฐานลูกค้าในประเทศไทย
All New PAJERO vs GWM TANK 500
PAJERO ใหม่ และ GWM TANK 500 นั้นเป็น SUV 7 ที่นั่ง เป็นรถที่มีโครงสร้างแชสซีส์แบบ Ladder Frame เหมือนกัน ที่เน้นทั้งความแข็งแกร่ง และสมรรถนะการขับขี่ โดยPAJERO ชูจุดเด่นเครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร กำลัง 204 แรงม้า แรงบิด 480 นิวตันเมตร ขณะที่PAJERO มาพร้อมดีเซล 2.4 ลิตร 184 แรงม้า แรงบิด 480 นิวตันเมตร
ซึ่งตัว PAJERO จะมีความเด่นเรื่องสมรรถนะและระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ส่วน TANK 500 จะมาในเน้นความหรูหรา ออปชันจัดเต็ม และความคุ้มค่า แต่หาก PAJERO เปิดตัวในไทยด้วยราคาประมาณเรต 1.8 ล้านบาท จะเป็นคู่แข่งที่น่าสนใจของ TANK 500 อย่างแน่นอน
All New Mitsubishi PAJERO vs Toyota Land Cruiser 250 (ในตลาดต่างประเทศ) เมื่อมองไปยังตลาดต่างประเทศ คู่แข่งที่น่าสนใจมากขึ้นคือ Toyota Land Cruiser 250 ซึ่ง Land Cruiser 250 ใช้โครงสร้าง Body-on-Frame และยังคง DNA ด้านการขับขี่ออฟโรดเช่นเดียวกับ PAJERO
ในบางตลาด Land Cruiser 250 ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 204 PS และแรงบิด 500 นิวตันเมตร จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด
เมื่อเปรียบเทียบกับ PAJERO ใหม่ เครื่องยนต์ของ Toyota มีแรงบิดมากกว่า 20 นิวตันเมตร แต่ PAJERO มีจุดขายสำคัญจากระบบ SS4-II + S-AWC
อีกประเด็นคือ Land Cruiser 250 ถูกวางตำแหน่งในตลาดพรีเมียมมากกว่า ขณะที่ Mitsubishi มีโอกาสใช้ฐานการผลิตในไทยช่วยควบคุมต้นทุน ทำให้ PAJERO มีโอกาสทำราคาได้ต่ำกว่า Land Cruiser 250 อย่างมากในบางตลาด
All New PAJERO vs Isuzu MU-X
Isuzu MU-X เป็นอีกหนึ่งคู่แข่งสำคัญ เพราะมีราคาและขนาดตัวรถใกล้เคียงกับตลาดที่ Mitsubishi ต้องการเข้าไปแข่งขัน ปัจจุบัน MU-X มีทั้งเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 และ 3.0 ลิตร โดยราคาอยู่ที่ประมาณ 1.194–1.759 ล้านบาท และมีรุ่น 4WD ให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ 2.2 และ 3.0 ลิตร ส่วนในรุ่น 3.0 Ddi RS 4WD ให้กำลังประมาณ 190 PS และแรงบิด 450 นิวตันเมตร ขณะที่เครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE ให้แรงบิดประมาณ 400 นิวตันเมตร ดังนั้น PAJERO ใหม่จะได้เปรียบPAJERO ในแง่แรงบิดสูงสุด หากเปรียบเทียบกับเครื่องยนต์ 2.2 และ 3.0 ของ Isuzu แต่PAJERO ยังคงมีจุดแข็งด้านราคา ความคุ้มค่า และฐานลูกค้าในประเทศไทย
All New PAJERO vs GWM TANK 500
PAJERO ใหม่ และ GWM TANK 500 นั้นเป็น SUV 7 ที่นั่ง เป็นรถที่มีโครงสร้างแชสซีส์แบบ Ladder Frame เหมือนกัน ที่เน้นทั้งความแข็งแกร่ง และสมรรถนะการขับขี่ โดยPAJERO ชูจุดเด่นเครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร กำลัง 204 แรงม้า แรงบิด 480 นิวตันเมตร ขณะที่PAJERO มาพร้อมดีเซล 2.4 ลิตร 184 แรงม้า แรงบิด 480 นิวตันเมตร
ซึ่งตัว PAJERO จะมีความเด่นเรื่องสมรรถนะและระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ส่วน PAJERO เน้นความหรูหรา ออปชันจัดเต็ม และความคุ้มค่า หาก Pajero เปิดตัวในไทยด้วยราคาประมาณ 1.8 ล้านบาท ในรุ่นเริ่มต้น ก็น่าจะเป็นคู่แข่งที่น่าสนใจของ TANK 500 อย่างแน่นอน
All New Mitsubishi PAJERO vs Toyota Land Cruiser 250 (ในตลาดต่างประเทศ)
เมื่อมองไปยังตลาดต่างประเทศ คู่แข่งที่น่าจะตรงกันแบบสุด ๆ ก็คือ Toyota Land Cruiser 250 ซึ่ง Land Cruiser 250 ใช้โครงสร้าง Body-on-Frame และยังคง DNA ด้านการขับขี่ออฟโรดเช่นเดียวกับ PAJERO
ในบางตลาด Land Cruiser 250 ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 204 PS และแรงบิด 500 นิวตันเมตร จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด
เมื่อเปรียบเทียบกับ PAJERO ใหม่ เครื่องยนต์ของ Toyota มีแรงบิดมากกว่า 20 นิวตันเมตร แต่ PAJERO มีจุดขายสำคัญจากระบบ SS4-II + S-AWC
อีกประเด็นคือ Land Cruiser 250 ถูกวางตำแหน่งในตลาดพรีเมียมมากกว่า ขณะที่ Mitsubishi มีโอกาสใช้ฐานการผลิตในไทยช่วยควบคุมต้นทุน ทำให้ PAJERO มีโอกาสทำราคาได้ต่ำกว่า Land Cruiser 250 อย่างมากในบางตลาด
แล้ว All New Mitsubishi PAJERO จะราคาเท่าไรในไทย?
วันที่ 2 กันยายน 2569 ที่เป็นวันเผยโฉมครั้งแรกในญี่ปุ่น ทาง Mitsubishi Motors ยังไม่ได้ประกาศราคาจำหน่าย PAJERO ใหม่ออกมาแต่อย่างใด ดังนั้นราคาด้านล่างเป็น การคาดการณ์ ไม่ใช่ราคาทางการ สิ่งที่ทำให้การคาดการณ์ราคาของ PAJERO มีความน่าสนใจคือ รถผลิตในประเทศไทย และ Mitsubishi ระบุชัดเจนว่าไทยจะเป็นตลาดแรกในการเปิดตัว
หากดูราคาคู่แข่งในตลาดไทยปัจจุบัน- Toyota Fortuner ราคาอยู่ระหว่าง 1.2 - 1.9 ล้านบาท
- Ford Everest ราคาอยู่ระหว่าง 1.3 - 1.79 ล้านบาท
- Isuzu MU-X ราคาอยู่ระหว่าง 1.194 - 1.759 ล้านบาท
- Mitsubishi Pajero Sport ราคาอยู่ระหว่าง 1.139 - 1.689 ล้านบาท
- GWM TANK 500 ราคาอยู่ระหว่าง 1.39 - 2.069 ล้านบาท
สำหรับราคาที่คาดการณ์สำหรับในตลาดประเทศไทย ที่ทาง Mitsubishi เผยว่าจะเปิดตัวในช่วงกลางเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้
คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 1.79 – 2.3 ล้านบาท (ขึ้นอยู่แต่ละรุ่นย่อย) โดยส่วนตัวแล้วจุดที่น่าสนใจที่สุดคือราคาเริ่มต้นราว หาก Mitsubishi เปิดราคาอยู่ที่ 1.79 – 1.89 ล้านบาท ซึ่งหากสามารถทำราคาได้ในระดับนี้ PAJERO ใหม่ จะเข้าไปอยู่ตรงกลางระหว่าง Fortuner/MU-X รุ่นท็อปกับ Ford Everest รุ่นสูง และมีโอกาสสร้างจุดขายในฐานะ SUV 7 ที่นั่งที่เน้นออฟโรดมากกว่าคู่แข่งบางราย
อย่างไรก็ตาม หากราคาเริ่มต้นทะลุ 2 ล้านบาทตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น PAJERO ใหม่ อาจจะต้องเผชิญกับการแข่งขันที่หนักขึ้น เพราะผู้บริโภคจะเริ่มนำไปเปรียบเทียบกับ Everest รุ่นท็อปและ SUV ระดับสูงกว่า
All New Mitsubishi PAJERO จะมาแทน Pajero Sport หรือไม่?
นี่เป็นหนึ่งในคำถามที่ผู้ซื้อรถ Mitsubishi ในประเทศไทยน่าจะสนใจมากที่สุด ปัจจุบัน Pajero Sport ยังมีจำหน่ายในประเทศไทย โดยมีราคาเริ่มต้น 1.139 ล้านบาท และรุ่น Elite Edition 4WD อยู่ที่ประมาณ 1.689 ล้านบาท ตามข้อมูลบนเว็บไซต์ Mitsubishi Motors Thailand แต่ All New Mitsubishi PAJERO ใหม่ถูกวางตำแหน่งสูงกว่าอย่างชัดเจน แต่จากข้อมูลที่ได้รับรายงานเผยว่าทาง มิตซูบิชิ จะวางจำหน่ายทั้ง 2 รุ่น พร้อมกันทั้ง All New Mitsubishi PAJERO และ Pajero Sport โดยจะวางการตลาดให้แตกต่างกันอย่างชัดเจน
สรุป All New Mitsubishi PAJERO
การเปิดตัว All New Mitsubishi PAJERO เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 ถือเป็นการกลับมาของชื่อ PAJERO ที่น่าจับตามองที่สุดครั้งหนึ่ง หลังจากหายไปจากตลาดโลกหลายปี
Mitsubishi ไม่ได้สร้าง PAJERO ใหม่ให้เป็นเพียง SUV สำหรับครอบครัว แต่ยังรักษาความเป็นรถ Cross-Country 4WD เอาไว้อย่างชัดเจน โดยจุดเด่นสำคัญ ได้แก่ เครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร เทอร์โบ 480 นิวตันเมตร, เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด, Ladder Frame, Super Select 4WD-II, S-AWC, Ground Clearance 230 มม., 7 ที่นั่ง, จอ 14.3 นิ้ว, Multi Meter, MI-PILOT และระบบความปลอดภัยขั้นสูง ที่สำคัญคือ ผลิตในประเทศไทย และไทยจะเป็นตลาดแรกของโลก ก่อนขยายไปญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และตลาดประมาณ 100 ประเทศทั่วโลก
เมื่อเทียบกับตลาดประเทศไทย PAJERO ใหม่จะต้องเผชิญหน้ากับ Toyota Fortuner, Ford Everest, Isuzu MU-X รวมถึง GWM TANK 500 โดยตรง ก็ต้องมาดูกันว่าราคา และการตลาดจะเป้นอย่างไร ส่วนในตลาดโลกจะมี Toyota Land Cruiser 250 เป็นหนึ่งในคู่แข่งที่น่าจับตามอง
สำหรับราคาค่าตัวนั้นทาง Mitsubishi ยังไม่เปิดเผยอย่างเป็นทางการ แต่จากตำแหน่งผลิตภัณฑ์ ขนาดตัวรถ อุปกรณ์ และการผลิตในประเทศไทย คาดว่าราคา All New PAJERO น่าจะอยู่ประมาณ 1.79–2.3 ล้านบาท
ซึ่งถ้าหาก Mitsubishi สามารถกดราคาเริ่มต้นไว้ต่ำกว่า 1.9 ล้านบาท ได้ All New Mitsubishi PAJERO ใหม่ ก็มีโอกาสเป็นหนึ่งใน SUV 7 ที่นั่งที่น่าจับตามองที่สุดในตลาดไทย และอาจทำให้การแข่งขันในตลาด PPV/SUV ขนาดกลาง-ใหญ่กลับมาคึกคักอีกครั้ง