VOYAH บุกไทย AAS Group คว้าสิทธิ์ขาย รับยุค EV 3 Tiers

เอเอเอส กรุ๊ป จับมือ Dongfeng Motor Group ลงนามแต่งตั้งผู้แทนจำหน่าย VOYAH แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เตรียมเปิดเกมรถยนต์พลังงานใหม่ระดับพรีเมียม ผ่านบริษัทใหม่ AI Mobility ท่ามกลางตลาด EV ไทยที่กำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านราคา สู่การแข่งขันด้านแบรนด์ เทคโนโลยี และการลงทุนในประเทศ

ตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ในประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านอีกครั้งหลัง AAS Group หรือ บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้า และตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ลักชัวรีระดับโลกอย่างเป็นทางการในประเทศไทยมายาวนานกว่า 39 ปี โดยมีธุรกิจหลักของ AAS Group อาทิ รถยนต์ Porsche, Bentley ได้ลงนามสัญญาแต่งตั้งผู้แทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียว หรือ Sole Distributor Agreement กับ Dongfeng Motor Group เพื่อนำแบรนด์ VOYAH (โวยาห์) แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าพลังงานใหม่ (NEV) ระดับพรีเมียม-อัลตราลักชัวรี เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยพิธีลงนามจัดขึ้นเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569

การเข้ามาของ VOYAH ถือเป็นการขยายตัวของตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ระดับพรีเมียมจากจีนในไทย ขณะที่ฝั่งเอเอเอส กรุ๊ปเลือกใช้ประสบการณ์กว่า 4 ทศวรรษในตลาดรถยนต์พรีเมียมและลักชัวรี เข้ามาช่วยวางตำแหน่งแบรนด์และสร้างระบบการขายและบริการหลังการขายตั้งแต่เริ่มต้น

VOYAH เปิดเกมไทย ผ่านบริษัท AI Mobility

การดำเนินธุรกิจ VOYAH ในประเทศไทยจะอยู่ภายใต้บริษัท เอไอ โมบิลิตี้ จำกัด (AI Mobility Co., Ltd.) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือที่จัดตั้งขึ้นใหม่เพื่อรับผิดชอบการนำเข้าและจัดจำหน่าย การพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย ตลอดจนงานบริการและดูแลลูกค้าทั่วประเทศ

จุดที่น่าสนใจจึงไม่ได้อยู่เพียงการนำรถเข้ามาขายในไทย แต่เป็นการวางโครงสร้างธุรกิจให้ครอบคลุมตลอดวงจรการเป็นเจ้าของ ตั้งแต่โชว์รูม ศูนย์บริการ งานซ่อมบำรุง ไปจนถึงบริการหลังการขาย ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับแบรนด์รถยนต์ระดับพรีเมียม โดยเฉพาะแบรนด์ใหม่ที่กำลังสร้างฐานลูกค้าในตลาดไทย

ในมุมของ Dongfeng การเลือกประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญสำหรับการขยายธุรกิจรถยนต์พลังงานใหม่ ขณะที่การจับมือกับ AAS Group ช่วยให้ VOYAH ได้พันธมิตรที่มีประสบการณ์กับตลาดรถยนต์ระดับบนและมีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารประสบการณ์ลูกค้า

จากรถจีนสู่ “แบรนด์พรีเมียม” ต้องแข่งขันมากกว่าราคา

การนำ VOYAH เข้ามาทำตลาดครั้งนี้มีนัยสำคัญมากกว่าการเพิ่มแบรนด์รถจีนอีกหนึ่งราย เพราะตลาด EV ไทยกำลังมีผู้เล่นเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่การแข่งขันเริ่มขยับจากเรื่องราคาและสเปก ไปสู่เรื่อง ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ เครือข่ายบริการ อะไหล่ มูลค่าการขายต่อ และประสบการณ์หลังการขาย ดังนั้น การที่ VOYAH ใช้ AAS Group เป็นผู้ดูแลตลาดไทยจึงเป็นการวางตำแหน่งให้แบรนด์อยู่ในตลาดระดับบนตั้งแต่ต้น มากกว่าการเข้ามาแข่งขันด้วยราคาเพียงอย่างเดียว

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องจับตาคือ ราคา รุ่นรถ และรูปแบบการนำเข้าในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดว่า VOYAH จะสามารถขยับเข้าไปแข่งขันกับรถยนต์พรีเมียมจากยุโรป รวมถึงแบรนด์จีนระดับบนที่ทำตลาดอยู่แล้วได้ในระดับใด

EV 3 Tiers เปลี่ยนเกมรถนำเข้าในไทย

การเปิดตัว VOYAH ยังเกิดขึ้นในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของนโยบายรถยนต์ไฟฟ้าไทย เพราะคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ หรือบอร์ด EV เพิ่งเห็นชอบในหลักการปรับโครงสร้าง ภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้าเป็น 3 ระดับ หรือ EV 3 Tiers เพื่อให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีสอดคล้องกับระดับการลงทุนและการผลิตในประเทศ แนวทางดังกล่าวแบ่งผู้ประกอบการออกเป็น 3 กลุ่มหลัก โดยกลุ่มที่ ผลิตรถยนต์ในประเทศไทยและมีการใช้ชิ้นส่วนในประเทศในสัดส่วนสูง จะอยู่ในกลุ่มภาษีต่ำสุด ขณะที่ผู้ประกอบการที่นำเข้ารถเพื่อทดลองตลาดและมีแผนลงทุนผลิตในประเทศจะอยู่ในระดับกลาง ส่วนผู้ที่นำเข้ารถมาจำหน่ายโดยไม่มีแผนลงทุนหรือผลิตในประเทศจะอยู่ในระดับภาษีสูงสุด

ประเด็นนี้จึงมีความสำคัญกับ VOYAH โดยตรง เพราะรูปแบบการทำตลาดในระยะแรก รวมถึงแผนการผลิตหรือการลงทุนในประเทศไทย จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อโครงสร้างต้นทุนในอนาคต

ทั้งนี้ อัตราภาษีของทั้ง 3 ระดับยังไม่ได้ประกาศเป็นอัตราสุดท้าย โดยกรมสรรพสามิตอยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ก่อนเสนอให้กระทรวงการคลังและคณะรัฐมนตรีพิจารณา ดังนั้น การประเมินราคาจำหน่าย VOYAH ในประเทศไทยจากโครงสร้างภาษีใหม่จึงยังเร็วเกินไปในเวลานี้

สรุปตลาดประเทศไทย

การเข้ามาของ VOYAH ผ่าน AAS Group ทำให้ตลาดรถยนต์พรีเมียมพลังงานใหม่ในไทยมีผู้เล่นเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งราย และน่าสนใจตรงที่แบรนด์ไม่ได้เลือกเข้าสู่ตลาดด้วยการทำตลาดแบบทั่วไป แต่ใช้ประสบการณ์ของ AAS Group เป็นฐานในการสร้างเครือข่ายและมาตรฐานบริการ

ในระยะสั้น สิ่งที่ตลาดไทยต้องจับตาคือ รุ่นรถที่จะนำเข้ามา ราคาเปิดตัว และจำนวนโชว์รูม–ศูนย์บริการ ขณะที่ในระยะยาว ประเด็นสำคัญจะอยู่ที่แผนการลงทุน และการผลิตในประเทศไทย เพราะทิศทาง EV 3 Tiers กำลังเปลี่ยนเงื่อนไขการแข่งขันจาก “ขายรถ EV ในไทย” ไปสู่ “สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจาก EV ในไทย”

ดังนั้น การมาของ VOYAH จึงไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มแบรนด์รถยนต์จีนระดับพรีเมียมเข้าสู่ตลาด แต่ยังเป็นอีกกรณีศึกษาที่น่าสนใจว่า แบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่จะวางกลยุทธ์อย่างไรในตลาดไทยยุคหลัง EV 3 Tiers