Toyota C-HR GR Sport สเปคยุโรป ปรับรายละเอียดใหม่ฉลองครบรอบ 10 ปี หลังยอดขายทั่วโลกทะลุ 2.1 ล้านคัน ยังคงมีทั้ง Hybrid และ Plug-in Hybrid พร้อมช่วงล่างปรับแต่งโดย GR
โตโยต้าฉลองวาระครบรอบ 10 ปีของ Toyota C-HR ด้วยการอัปเดตรุ่น C-HR GR Sport สำหรับตลาดยุโรป โดยเน้นการปรับรายละเอียดด้านรูปลักษณ์ และอุปกรณ์มากกว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทั้งสีตัวถังใหม่แบบด้าน เสริมความหล่อด้วยล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว พร้อมกับการปรับเซ็ตช่วงล่างเพื่อเพิ่มความเฉียบคมในการขับขี่
สำหรับ Toyota C-HR เปิดตัวครั้งแรกในปี 2016 และได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยมียอดขายทั่วโลกมากกว่า 2.1 ล้านคัน ในช่วงเวลา 10 ปี ขณะที่ตลาดยุโรปถือเป็นตลาดสำคัญของ C-HR โดยนับตั้งแต่เปิดตัวออกมา มียอดส่งมอบไปแล้วประมาณ 1.2 ล้านคัน
C-HR GR Sport MY2027 ในยุโรป เพิ่มสี Onyx Grey Matte พร้อมล้อ 20 นิ้ว
สำหรับ Toyota C-HR GR Sport รุ่นปี 2027 ในตลาดยุโรป จะมีการเพิ่มสีตัวถังใหม่ Onyx Grey แบบด้าน (Onyx Grey Matte) พร้อมตกแต่งรายละเอียดสีดำบริเวณกันชน หลังคา และส่วนท้ายรถ ช่วยเพิ่มความดุดันให้กับตัวรถ
อีกหนึ่งจุดเด่นคือการเปลี่ยนมาใช้ล้ออัลลอยสีเทาด้านขนาด 20 นิ้ว ใหญ่กว่าล้อ 19 นิ้วของรุ่นก่อนหน้า และช่วยสร้างภาพลักษณ์สปอร์ตมากขึ้น ภายในห้องโดยสารยังคงเอกลักษณ์ของ GR Sport ทั้งเบาะและรายละเอียดตกแต่งเฉพาะรุ่น โดย Toyota เพิ่ม Head-up Display เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ขณะที่ลูกค้าสามารถเลือกติดตั้งหลังคาซันรูฟแบบพาโนรามาและระบบเครื่องเสียงพรีเมียม JBL ได้
3 ทางเลือกขุมพลัง Hybrid และ Plug-in Hybrid
Toyota C-HR GR Sport ยังคงใช้ระบบขับเคลื่อนแบบไฮบริดและปลั๊กอินไฮบริด โดยไม่มีการเพิ่มกำลังเครื่องยนต์จากรุ่นเดิม รุ่นเริ่มต้นใช้เครื่องยนต์เบนซินไฮบริด 1.8 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 138 แรงม้า ขณะที่รุ่นไฮบริด 2.0 ลิตร ให้กำลัง 178 แรงม้า ส่วนรุ่นท็อปเป็น Plug-in Hybrid (PHEV) ให้กำลังรวมสูงสุด 220 แรงม้า และสามารถขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้ไกลสูงสุดประมาณ 66 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน WLTC)
นอกจากนี้ C-HR PHEV ยังมาพร้อมระบบ Geo-fencing ที่สามารถเปลี่ยนเข้าสู่โหมดขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าโดยอัตโนมัติเมื่อรถเข้าสู่พื้นที่ควบคุมมลพิษต่ำในบางเมืองของยุโรป
เน้นช่วงล่าง ไม่เน้นเพิ่มพละกำลัง
แม้ Toyota C-HR GR Sport จะไม่ได้รับการเพิ่มกำลังจากรุ่นปกติ แต่ Toyota ได้ปรับปรุงระบบช่วงล่างและพวงมาลัยเพื่อให้มีบุคลิกการขับขี่ที่สปอร์ตมากขึ้น ไฮไลต์อยู่ที่โช้คอัพ Frequency Selective Control (FSC) ซึ่งได้รับการปรับแต่งเฉพาะรุ่น GR Sport รวมถึงแดมเปอร์ด้านหน้าแบบไดนามิก และระบบพวงมาลัยไฟฟ้าที่ได้รับการปรับตั้งใหม่
การปรับเซ็ตดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการควบคุมรถ และการตอบสนองของพวงมาลัย โดยยังคงพื้นฐานสถาปัตยกรรม TNGA-C ซึ่งใช้ร่วมกับ Toyota Corolla, Corolla Cross และ Prius
C-HR ยุโรป vs C-HR ไทย ต่างกันตรงไหน?
C-HR รุ่นใหม่ที่ทำตลาดยุโรปเป็นเจเนอเรชันที่ 2 มาพร้อมดีไซน์ใหม่ แพลตฟอร์ม TNGA-C รุ่นล่าสุด และขุมพลัง Hybrid รวมถึง Plug-in Hybrid ขณะที่ C-HR ในประเทศไทยยังเป็นเจเนอเรชันแรก ใช้เครื่องยนต์ 1.8 ลิตร Hybrid กำลังรวม 122 แรงม้า และมีรุ่น GR Sport ให้เลือก ดังนั้นแม้ใช้ชื่อ C-HR เหมือนกัน แต่ทั้งสองตลาดแตกต่างกันทั้งด้านดีไซน์ เทคโนโลยี ระบบขับเคลื่อน และอุปกรณ์ โดย C-HR ยุโรปถือเป็นรุ่นใหม่ที่ทันสมัยกว่าอย่างชัดเจนทั้งนี้ Toyota เริ่มเปิดรับคำสั่งซื้อ C-HR รุ่นปี 2027 แล้วในหลายประเทศของยุโรป โดยปรับโครงสร้างรุ่นย่อยให้เรียบง่ายขึ้น เหลือ Mid, Mid+ และ High อย่างไรก็ตาม Toyota C-HR GR Sport รุ่นปรับโฉมนี้ยังเป็นเวอร์ชันสำหรับตลาดยุโรป และยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการว่าเวอร์ชั่นนี้จะเข้ามาทำตลาดในบ้านเรา
ที่มา: carscoops