Hyundai Palisade 2027 เพิ่มรุ่น High Roof สูง 2 เมตร หรูหราแบบ VIP

Hyundai เดินหน้าขยายทางเลือกของ Palisade SUV เรือธง ในตลาดเกาหลีใต้ ด้วยการเปิดตัวรุ่นปรับปรุงสำหรับปี 2027 พร้อมไฮไลต์สำคัญอย่าง Palisade High Roof ที่ยกระดับความหรูหรา และพื้นที่ภายในให้เหนือกว่ารุ่นปกติ นอกจากนี้ยังเพิ่มรุ่นตกแต่งพิเศษ Black Ink และ XRT โเยเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความพรีเมียม และความดุดันมากขึ้น

Palisade High Roof หลังคาสูง เพิ่มพื้นที่ภายในแบบ VIP

จุดเด่นของ Palisade รุ่นใหม่คือ High Roof ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากรถ MPV ระดับพรีเมียม โดยเพิ่มความสูงของหลังคาขึ้นอีก 240 มม. (9.4 นิ้ว) ทำให้ห้องโดยสารมีพื้นที่เหนือศีรษะมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ความสูงโดยรวมของรถอยู่ที่ 2,005 มม. (78.9 นิ้ว) ซึ่งทางฮุนไดระบุว่ายังสามารถใช้งานในอาคารจอดรถใต้ดินมาตรฐานได้

ภายนอกของ Palisade High Roof มาพร้อมส่วนต่อขยายหลังคาสีเดียวกับตัวรถ ตกแต่งด้วยรายละเอียดสไตล์อะลูมิเนียม ขอบหน้าต่างสีดำ และล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้ว รุ่นท็อปติดตั้งระบบช่วงล่างอิเล็กทรอนิกส์ Preview ECS ซึ่งใช้กล้องหน้าและข้อมูลระบบนำทางตรวจสอบสภาพถนนล่วงหน้า ก่อนปรับการทำงานของโช้คอัพให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ

ขณะที่ภายในห้องโดยสารถูกออกแบบให้มีบรรยากาศคล้าย รถรับส่ง VIP หรือห้องโดยสารเครื่องบินส่วนตัว โดยหลังคาพิเศษติดตั้งไฟอ่านหนังสือ LED แบบพับเก็บได้ ช่องระบายอากาศ แผงควบคุมระบบปรับอากาศ และจอแสดงผลขนาด 21.4 นิ้ว พร้อมเพดานสร้างบรรยากาศคล้ายท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว
โดยทางลูกค้ายังสามารถเลือก VIP Package 2 ซึ่งเพิ่มคอนโซลอเนกประสงค์สำหรับผู้โดยสารแถวที่สอง มาพร้อมแท่นชาร์จสมาร์ทโฟนไร้สาย 2 จุด เครื่องฟอกอากาศ ระบบฆ่าเชื้อด้วย UVC ที่วางแก้วควบคุมอุณหภูมิ และพรมแบบ VIP โดยตัวรถรองรับที่นั่ง 7 หรือ 9 ที่นั่งแบบ 3 แถว

Palisade Black Ink และ XRT เพิ่มความหรูและความดุดัน


สำหรับ Palisade ปี 2027 ในเกาหลีใต้ ยังเพิ่มรุ่น Black Ink ที่เน้นความหรูหราและเรียบเข้ม โดยพัฒนาบนพื้นฐานรุ่น Calligraphy พร้อมตกแต่งชิ้นส่วนภายนอก โลโก้ และล้ออัลลอย 21 นิ้วด้วยสีดำ นอกจากนี้ในรุ่น Black Ink ที่มีไว้เฉพาะตลาดเกาหลีใต้ยังติดตั้งระบบช่วงล่าง Preview ECS และเบาะนั่งแถวที่สองพร้อมฟังก์ชันนวดเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน เพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสาร

ขณะที่ Palisade XRT เน้นบุคลิกแบบ SUV สายลุยด้วยกระจังหน้าและชุดแต่งเฉพาะรุ่น ราวหลังคา และล้อขนาด 20 นิ้ว พร้อมระบบเสียง Bose 14 ลำโพง และเบาะนั่งแถวที่สองแบบระบายอากาศ อย่างไรก็ตาม XRT ในเวอร์ชันที่ขายในเกาหลีใต้หลักๆ จะได้รับแพ็กเกจตกแต่งภายนอก ไม่ได้มาพร้อมระบบช่วงล่างยกสูง eLSD หรือยาง All-Terrain และอุปกรณ์ออฟโรดขั้นสูงแบบ XRT Pro ที่จำหน่ายในสหรัฐฯ

รุ่นเริ่มต้นก็ได้อุปกรณ์เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ทาง Hyundai ยังเพิ่มอุปกรณ์ให้กับ Palisade Exclusive ในรุ่นเริ่มต้น โดยติดตั้งจอแสดงผลแบบพาโนรามิกโค้งและระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง หรือ ADAS รุ่นใหม่เป็นมาตรฐาน ทำให้รุ่นพื้นฐานมีอุปกรณ์ครบครันมากขึ้น ด้านขุมพลังยังคงมีทั้งเครื่องยนต์เบนซินและระบบไฮบริด โดยเครื่องยนต์เทอร์โบ 2.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 277 แรงม้า ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ส่วนรุ่นไฮบริดให้กำลังรวม 329 แรงม้า จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ทั้งสองระบบเลือกได้ทั้งระบบขับเคลื่อนล้อหน้าและ 4 ล้อ

ด้านราคาจำหน่าย Hyundai Palisade รุ่นปรับปรุงใหม่จะมีราคาเริ่มต้นที่ 44.78 ล้านวอน (ประมาณ 1.06 ล้านบาท) สำหรับรุ่น Exclusive 9 ที่นั่ง เครื่องยนต์เบนซิน ขณะที่รุ่น XRT จะมีราคาเริ่มต้น 52.11 ล้านวอน (ประมาณ 1.23 ล้านบาท) และรุ่น Black Ink เปิดราคาไว้ที่ 57.67 ล้านวอน (ประมาณ 1.37 ล้านบาท) ส่วนรุ่นท็อปสุดอย่าง Palisade High Roof Hybrid 7 ที่นั่ง เปิดราคาไว้ที่ 81.59 ล้านวอน หรือประมาณ 1.94 ล้านบาท

ทั้งนี้การเพิ่มรุ่น High Roof ส่งผลทำให้ Palisade ขยับเข้าใกล้ตลาดรถ SUV/MPV ระดับ VIP มากขึ้น ขณะที่ในรุ่น Black Ink และ XRT ด็จะช่วยเพิ่มทางเลือกด้านบุคลิกให้กับเอสยูวีเรือธงของ Hyundai โดยที่ยังคงจุดแข็งด้านขุมพลัง และเทคโนโลยีช่วยขับขี่เอาไว้อย่างครบถ้วน

ที่มา : carscoops