GWM ยกระดับบริการหลังการขาย ตั้งเป้าเป็นแบรนด์จีนที่ครองใจคนไทย

GWM (Thailand) เดินหน้าสร้างการเติบโตในตลาดรถยนต์ไทยอย่างยั่งยืน พร้อมยกระดับมาตรฐานการบริการหลังการขาย โดยประกาศเป้าหมายสู่การเป็น แบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และก้าวขึ้นเป็นแบรนด์รถยนต์จีนอันดับหนึ่งด้านบริการหลังการขาย ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และการดูแลลูกค้าที่เน้นความใส่ใจ และโปร่งใส ซึ่งทิศทางดังกล่าวถูกนำเสนอในงาน GWM Partner Meeting 2026 ภายใต้แนวคิด “Together, Stronger than ever” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อสื่อสารทิศทางธุรกิจ และวิสัยทัศน์ของ GWM พร้อมเปิดโอกาสให้เครือข่ายพาร์ทเนอร์ 71 แห่งทั่วประเทศร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนธุรกิจและยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า GWM ในประเทศไทย

GWM ชู All Scenarios ครอบคลุมทุกระบบขับเคลื่อน


เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) เปิดเผยว่า เดือนกรกฎาคม 2569 GWM มียอดขายทั่วโลก 108,067 คัน เพิ่มขึ้น 3.54% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากการเติบโตของยอดขายในต่างประเทศที่พุ่งสูงถึง 50.93% (62,015 คัน) ส่งผลให้ยอดขายสะสมทั่วโลกในช่วงเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2569 อยู่ที่ 691,962 คัน เติบโต 2.64%

สำหรับตลาดประเทศไทย ช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 GWM มียอดขายเติบโต 19% และมีครอบครัวผู้ใช้งาน GWM ในประเทศไทยมากกว่า 64,000 คัน ซึ่งสะท้อนถึงฐานลูกค้าที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือกลยุทธ์ “All Scenarios – All Powertrains – All Users” ซึ่งมุ่งนำเสนอรถยนต์ให้เหมาะกับรูปแบบการใช้งาน และความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละตลาด

โดยผ่านเทคโนโลยีแพลตฟอร์มอัจฉริยะ GWM ONE Platform ที่รองรับระบบขับเคลื่อนที่หลากหลายทั้ง HEV, PHEV, BEV และเครื่องยนต์สันดาป (ICE) บนระบบเดียว ช่วยลดต้นทุนการผลิตด้วยการใช้อะไหล่ร่วมกันมากกว่า 95% ทำให้ GWM สามารถส่งมอบรถยนต์ที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัย ออปชันครบครัน ในราคาที่คุ้มค่าและแข่งขันได้ในตลาด นอกจากนี้ GWM ยังประกาศเดินหน้ากลยุทธ์โครงสร้างแบรนด์ 2 ระดับเพื่อครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้าโดยแบ่งเป็นแบรนด์หลัก (Mainstream Brand) ภายใต้ผลิตภัณฑ์ GWM ที่มุ่งเน้นความคุ้มค่า การใช้งานจริง และราคาที่เข้าถึงได้ และแบรนด์พรีเมียม (Premium Brands) ภายใต้ผลิตภัณฑ์ TANK และ WEY ที่มุ่งเน้นการส่งมอบประสบการณ์ระดับพรีเมียม

เตรียมเปิดตัวรถใหม่อย่างน้อย 4 รุ่นในครึ่งปีหลัง


สำหรับตลาดประเทศไทย GWM เตรียมเดินหน้าเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ อย่างน้อย 4 รุ่นในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ครอบคลุมระบบขับเคลื่อนหลากหลายรูปแบบ ทั้งรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น รถยนต์ไฮบริด (HEV) รวมถึงรถยนต์เครื่องยนต์ดีเซล เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มีความต้องการแตกต่างกัน นอกจากนี้ GWM ยังเดินหน้ากลยุทธ์โครงสร้างแบรนด์ 2 ระดับ เพื่อครอบคลุมลูกค้าหลากหลายกลุ่ม โดย GWM จะทำหน้าที่เป็นแบรนด์หลัก (Mainstream Brand) เน้นความคุ้มค่า การใช้งานจริง และราคาที่เข้าถึงได้ ขณะที่ TANK และ WEY จะเป็นแบรนด์พรีเมียมที่มุ่งเน้นการมอบประสบการณ์และผลิตภัณฑ์ในระดับพรีเมียม GWM ยังให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์ในระยะยาว ผ่านนโยบายด้านราคาที่โปร่งใสและเป็นธรรม รวมถึงการรักษามูลค่ารถยนต์มือสอง (Resale Value) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าตลอดอายุการใช้งาน

ยกระดับบริการหลังการขาย ดันพาร์ทเนอร์สโตร์เป็นศูนย์กลางดูแลลูกค้า


อีกหนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญของ GWM ในประเทศไทยคือ การยกระดับบริการหลังการขาย โดยบริษัทเตรียมสนับสนุนเครือข่ายพาร์ทเนอร์อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งการเพิ่มสต็อกอะไหล่ การพัฒนาทักษะและความเชี่ยวชาญของช่างเทคนิค ตลอดจนการยกระดับมาตรฐานการให้บริการ ขณะเดียวกัน GWM จะเพิ่มบทบาทของ พาร์ทเนอร์สโตร์ ให้เป็นศูนย์กลางการดูแลลูกค้าแบบครบวงจร เนื่องจากเป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับลูกค้าในแต่ละพื้นที่และเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคได้ดีที่สุด ความคิดเห็นและเสียงสะท้อนจากลูกค้าจะถูกส่งต่อกลับมายัง GWM เพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ปรับปรุงกระบวนการทำงาน และยกระดับบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง การเดินหน้าครั้งนี้จึงไม่ได้มุ่งเพียงเพิ่มยอดขายรถยนต์รุ่นใหม่ แต่เป็นการวางรากฐาน Ecosystem ของ GWM ในประเทศไทย ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี เครือข่ายพาร์ทเนอร์ ไปจนถึงบริการหลังการขาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าชาวไทยในระยะยาว