ฮอนด้าเปิดตัว CRF1150L Africa Twin 2027 ครั้งแรกในโลกที่งาน EICMA 2026 ปรับเครื่องยนต์ใหม่ 1,131 ซีซี กำลัง 119 นิวตันเมตร เสริมรุ่น Enduro Sports สำหรับสายออฟโรด พร้อมนำ Honda SENSING RIDE ระบบช่วยขับขี่ขั้นสูงมาใช้เป็นครั้งแรกในรถจักรยานยนต์ฮอนด้า
ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การนำระบบ Honda SENSING RIDE มาใช้เป็นครั้งแรกในรถจักรยานยนต์ฮอนด้า โดยติดตั้งเป็นออปชันในรุ่น CRF1150L Africa Twin Adventure Sports เกียร์ DCT นับเป็นอีกก้าวของการพัฒนารถจักรยานยนต์แอดเวนเจอร์ที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงกำลังเครื่องยนต์ แต่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการเดินทางด้วย
การพัฒนาครั้งนี้อยู่ภายใต้แนวคิด “Shaped by You. True Adventure for All.” ต่อยอดจาก CRF1100L Africa Twin ด้วยการเพิ่มความจุเครื่องยนต์ ลดน้ำหนักชิ้นส่วน และปรับจุดศูนย์ถ่วงให้ต่ำลง เพื่อให้ควบคุมรถได้ง่ายและมีความคล่องตัวมากขึ้น
3 รุ่น 3 สไตล์ ครอบคลุมทั้งทางฝุ่น และทางไกล
ตระกูล CRF1150L Africa Twin ใหม่ ประกอบด้วย 3 รุ่น ได้แก่ CRF1150L Africa Twin รุ่นมาตรฐานที่เน้นความสมดุลระหว่างการขับขี่ทางเรียบและออฟโรด มาพร้อมระบบแสดงผลและควบคุมการทำงานของรถ HMI ที่ปรับปรุงใหม่ ชิลด์บังลมหน้าปรับระดับด้วยไฟฟ้า ระบบกันสะเทือน SHOWA EERA™ พร้อมเทคโนโลยี Honda Skyhook และกุญแจอัจฉริยะ Honda Smart Keyส่วน CRF1150L Africa Twin Adventure Sports เน้นการเดินทางไกลเป็นหลัก ติดตั้งถังน้ำมันเชื้อเพลิงขนาด 24 ลิตร และล้อหน้าขนาด 19 นิ้ว รองรับการเดินทางต่อเนื่องได้ดีขึ้น โดยรุ่นเกียร์ DCT สามารถเลือกติดตั้งระบบ Honda SENSING RIDE ได้
ขณะที่สมาชิกใหม่ CRF1150L Africa Twin Enduro Sports ถูกพัฒนาขึ้นสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเส้นทางออฟโรดโดยเฉพาะ ใช้ระบบกันสะเทือนหน้าสเปกเทียบเท่า CRF450 RALLY พร้อมดีไซน์ที่ถ่ายทอดจากรถแข่งแรลลี่ระดับโลกอย่างดาการ์ แรลลี่ ช่วยเพิ่มความพร้อมเมื่อต้องเจอกับเส้นทางท้าทาย
เครื่องยนต์ใหม่ 1,131 ซีซี แรงบิดสูงสุด 119 นิวตันเมตร
หัวใจสำคัญของ Africa Twin รุ่นใหม่ อยู่ที่เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ความจุ 1,131 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 87.5kW หรือประมาณ 119 แรงม้า ที่ 7,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 119 นิวตันเมตร ที่ 5,700 รอบต่อนาที โดยทางฮอนด้าปรับปรุงทั้งความจุเครื่องยนต์ อัตราส่วนกำลังอัด และขนาดกระบอกสูบ รวมถึงระบบไอดี ระบบไอเสีย และอัตราทดเกียร์ให้ทำงานสัมพันธ์กัน จุดประสงค์คือเพิ่มอัตราเร่งและแรงบิดสำหรับการใช้งานจริง โดยเฉพาะการเดินทางไกลและการขับขี่บนเส้นทางที่มีความหลากหลายด้านโครงสร้าง ตัวเฟรม และสวิงอาร์มได้รับการออกแบบใหม่ พร้อมปรับสมดุลความแข็งแกร่งของตัวรถ ทำให้น้ำหนักรวมลดลง 1.4 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า อีกจุดที่น่าสนใจคือการติดตั้งถังน้ำมันเชื้อเพลิงย่อยไว้ใต้เบาะนั่ง เพื่อช่วยลดจุดศูนย์ถ่วง ทำให้ควบคุมรถในความเร็วต่ำได้ง่ายขึ้น
ส่วนระบบกันสะเทือนของแต่ละรุ่นได้รับการปรับให้เหมาะกับลักษณะการใช้งาน โดยรุ่น Africa Twin และ Adventure Sports ใช้ระบบกันสะเทือนอิเล็กทรอนิกส์ SHOWA EERA™ ผลิตโดย Astemo ทำงานร่วมกับ Honda Skyhook สามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวของตัวรถแบบเรียลไทม์และปรับแรงหน่วงอย่างต่อเนื่อง ช่วยลดการโคลงและทำให้รถกลับมาทรงตัวได้รวดเร็วขึ้น
ขณะที่ในรุ่น Enduro Sports ใช้ระบบกันสะเทือนหน้าที่มีสเปกเทียบเท่า CRF450 RALLY เพื่อรองรับการขับขี่ออฟโรดที่ต้องการระยะยุบตัวและการควบคุมที่เหมาะสมกับเส้นทางสมบุกสมบัน
6 โหมดการขับขี่ รองรับทุกสภาพเส้นทาง
Africa Twin 2027 มาพร้อมโหมดการขับขี่มาตรฐาน 6 รูปแบบ ให้ผู้ขับขี่เลือกตามสภาพถนนและลักษณะการใช้งาน ระบบจะประสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์ ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ระบบเบรก ABS เกียร์ DCT และระบบกันสะเทือนอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้เหมาะกับทั้งการเดินทางบนถนนลาดยางและเส้นทางออฟโรดHonda SENSING RIDE เพิ่มเทคโนโลยีความปลอดภัยให้รถจักรยานยนต์
อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตาคือ Honda SENSING RIDE ระบบความปลอดภัยและช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง ซึ่งฮอนด้านำมาใช้กับรถจักรยานยนต์เป็นครั้งแรก โดยใช้เรดาร์คลื่นมิลลิเมตรติดตั้งทั้งด้านหน้าและด้านท้าย เพื่อตรวจจับสภาพแวดล้อมรอบตัวรถ พร้อมประมวลผลข้อมูลเพื่อแจ้งเตือนและช่วยเหลือผู้ขับขี่ในสถานการณ์ต่าง ๆ ระบบประกอบด้วย Adaptive Cruise Control (ACC) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน และ ACC with Stop & Go ที่รองรับการหยุดและออกตัว รวมถึง Group Ride Assist ระบบช่วยรักษาระยะห่างเมื่อขับขี่เป็นกลุ่ม และ Distance Assist ระบบช่วยรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าด้านความปลอดภัยมีทั้ง Forward Collision Warning (FCW) ระบบเตือนการชนด้านหน้า, Emergency Brake Assist ระบบช่วยเบรกฉุกเฉิน, Blind Spot Information ระบบเตือนจุดอับสายตา, Rear Distance Information ระบบแจ้งข้อมูลระยะห่างด้านหลัง และ Rear Collision Warning ระบบเตือนการชนด้านหลัง เมื่อทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ DCT ระบบ Stop & Go จะช่วยให้รถหยุดและออกตัวได้อย่างนุ่มนวลขณะใช้ ACC เหมาะกับการเดินทางที่ต้องเผชิญการจราจรหนาแน่น ช่วยลดภาระและความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่
ดีไซน์ใหม่ ถ่ายทอด DNA รถแข่ง Africa Twin
ด้านรูปลักษณ์ ฮอนด้ายังคงเอกลักษณ์ของ Africa Twin แต่ปรับรายละเอียดให้ชัดเจนตามบุคลิกของแต่ละรุ่น โดย CRF1150L Africa Twin เน้นความเรียบง่าย แข็งแกร่ง และใช้งานได้จริง มาพร้อมไฟหน้าคู่ดีไซน์ใหม่ที่กะทัดรัดขึ้น สืบทอดเอกลักษณ์ Twin Eyes พร้อมสัดส่วนตัวรถที่ดูสูงและปราดเปรียวCRF1150L Africa Twin Adventure Sports เน้นความสะดวกสบายสำหรับการเดินทางไกล ด้วยชิลด์บังลมขนาดใหญ่และถังน้ำมัน 24 ลิตร เส้นสายตัวถังดูคมชัดและแข็งแกร่ง สะท้อนภาพลักษณ์รถแอดเวนเจอร์ระดับเรือธง
ส่วน Enduro Sports มาในแนวทางรถแข่งแรลลี่อย่างชัดเจน ถ่ายทอดเส้นสาย CRF streamline จาก CRF450 RALLY ตั้งแต่บังโคลนหน้าไปจนถึงบังโคลนหลัง เพิ่มความดุดันและสะท้อนจุดประสงค์การใช้งานบนเส้นทางออฟโรด
ใช้วัสดุรีไซเคิล เดินหน้าสู่เป้าหมายความยั่งยืนปี 2050
ฮอนด้ายังให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม โดยตระกูล CRF1150L Africa Twin ใหม่ นำวัสดุรีไซเคิลและวัสดุชีวภาพมาใช้มากขึ้น สอดคล้องกับเป้าหมายการใช้วัสดุที่ยั่งยืน 100% ภายในปี 2050ครั้งนี้มีการนำอะคริลิกที่ผ่านกระบวนการรีไซเคิลทางเคมีมาใช้ผลิตตราสัญลักษณ์และไฟท้ายเป็นครั้งแรกในรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รวมถึงไนลอนรีไซเคิลทางเคมีสำหรับฝาครอบด้านบนและชิ้นส่วนบริเวณขายึดบังโคลนหลัง
ขณะที่ชิลด์บังลมหน้าและแผ่นเบี่ยงลมใช้ DURABIO™ พลาสติกวิศวกรรมชีวภาพจากวัตถุดิบพืช ส่วนแฟริ่งและตัวถังบางชิ้นใช้พลาสติกโพลีโพรพีลีนรีไซเคิลจากผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการใช้งานแล้ว รวมถึงโครงฐานเบาะนั่งที่นำเศษวัสดุจากกระบวนการผลิตกลับมาใช้ใหม่
อีกหนึ่งรายละเอียดคือการติดตั้งตราสัญลักษณ์ “Honda Flagship WING” รูปแบบใหม่ สีเงินและดำ บริเวณถังน้ำมันเชื้อเพลิงหลักทั้งสองด้าน การเปิดตัว CRF1150L Africa Twin 2027 ครั้งนี้สะท้อนทิศทางของฮอนด้าที่ต้องการยกระดับรถแอดเวนเจอร์ให้ครบเครื่องมากกว่าเดิม ทั้งพละกำลัง การควบคุม เทคโนโลยีความปลอดภัย และความยั่งยืน โดยเฉพาะ Honda SENSING RIDE ที่อาจกลายเป็นอีกหนึ่งมาตรฐานสำคัญของรถจักรยานยนต์ทัวริ่งและแอดเวนเจอร์ในอนาคต